ตลาดการเงินวันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2026 เคลื่อนไหวในบรรยากาศ "รอเฟด" เพราะธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เริ่มประชุม 2 วัน และจะประกาศผลในวันพุธ หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฟื้นตัวเด่น ขณะที่ราคาน้ำมันลดลงต่อเนื่องจากความหวังด้านการเจรจาในตะวันออกกลาง ส่วนทองคำอ่อนตัวลงใกล้ระดับ 4,000 ดอลลาร์ และดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย
หุ้นสหรัฐ: หุ้นเทคนำตลาด Nasdaq บวกเกิน 1%
- Nasdaq ปิดที่ 26,477.81 จุด +1.18%
- S&P 500 ปิดที่ 7,722.60 จุด +0.60%
- Dow Jones ปิดที่ 52,377.57 จุด +0.03% (แทบทรงตัว)
- Russell 2000 (หุ้นขนาดเล็ก) +1.16%
ทำไมถึงขึ้น: ความเชื่อมั่นต่อธีม AI ฟื้นกลับมาหลังหุ้นกลุ่ม AI ถูกเทขายในสัปดาห์ก่อน โดยมีข่าวการยื่นเอกสาร IPO ของ Anthropic และดีลจัดหาโครงสร้างพื้นฐานประมวลผล AI ช่วยหนุนบรรยากาศ หุ้นกลุ่มชิปและกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI ปรับขึ้นแรง เช่น AMD +5.45%, Marvell +4.19%, Western Digital +6.95% และ Nebius +11.22%
ด้านผลประกอบการไตรมาส 3 ให้ภาพผสม — UPS ปรับขึ้นหลังผลงานดีกว่าคาดและปรับเพิ่มเป้าทั้งปี ขณะที่ Boeing ร่วงราว 10% หลังลดเป้าการส่งมอบเครื่องบิน ทำให้ Dow ซึ่งมีน้ำหนักหุ้น Boeing แทบไม่ขยับ นักลงทุนยังรอผลประกอบการของบริษัทเทคยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft, Alphabet, Apple และ Amazon ในสัปดาห์นี้
ข้อมูลเศรษฐกิจออกมาดีกว่าคาด: ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนกันยายน +1.8% และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนตุลาคมอยู่ที่ 91.7 สูงกว่าคาดการณ์ที่ 81.0
ทองคำและน้ำมัน: ทั้งคู่อ่อนตัว แต่ด้วยเหตุผลต่างกัน
ทองคำ (Spot) ลดลง 0.3% มาอยู่ราว 4,003 ดอลลาร์/ออนซ์ ใกล้จุดต่ำสุดในรอบ 3 เดือน หลังเมื่อวันศุกร์ก่อนหลุด 4,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับจากกลางเดือนกรกฎาคม ส่วนเงิน (Silver) ลดลง 1.6% สู่ราว 53.06 ดอลลาร์
ทำไมทองลง: ทองคำไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ย เมื่อตลาดยังมองว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งภายในสิ้นปี ประกอบกับดอลลาร์แข็งค่าใกล้จุดสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ จึงกดดันราคาทอง แม้น้ำมันที่ลดลงจะช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อก็ตาม
น้ำมันดิบ ลดลงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน — Brent ปิด 113.88 ดอลลาร์/บาร์เรล (-1.7%) และ WTI ปิด 99.90 ดอลลาร์/บาร์เรล (-1.8%) หลุดต่ำกว่า 100 ดอลลาร์
ทำไมน้ำมันลง: มีความเคลื่อนไหวทางการทูตเพื่อลดความตึงเครียดในภูมิภาค ทั้งการหารือระหว่างซาอุดีอาระเบียกับอิหร่านที่กรุงเตหะราน และสัญญาณจากผู้นำอิหร่านเรื่องเงื่อนไขการยุติสงคราม ทำให้ความกังวลด้านอุปทานลดลงบางส่วน อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์บางรายยังมองว่าสต็อกน้ำมันโลกที่อยู่ในระดับต่ำอาจทำให้ราคายังทรงตัวสูงไปอีกระยะ
คริปโต: Bitcoin แกว่งแคบรอบ 80,000 ดอลลาร์
Bitcoin เคลื่อนไหวในกรอบราว 79,400–80,800 ดอลลาร์ และยืนแถว 80,500 ดอลลาร์ ช่วงบ่าย (เวลาสหรัฐ) หลังหลุด 80,000 ดอลลาร์ไปเมื่อวันจันทร์ ส่วน Ethereum อยู่ราว 2,310 ดอลลาร์ ลดลงเล็กน้อยราว 0.7%
ปัจจัยที่กดดัน: เงินไหลออกจากกองทุน Bitcoin ETF, ความระมัดระวังก่อนผลประชุม Fed และการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐวันที่ 3 พฤศจิกายน ซึ่งอาจมีผลต่อร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโต
ค่าเงินและพันธบัตร: ดอลลาร์แข็งค่า บอนด์ยีลด์ขยับขึ้น
- ดัชนีดอลลาร์ (DXY) +0.2% สู่ 102.22
- EUR/USD -0.25% ที่ 1.1144 — ยูโรถูกกดดันจากต้นทุนพลังงานสูงและความกังวลด้านการคลังของฝรั่งเศส
- USD/JPY +0.15% ที่ 157.73 — เงินเยนอ่อนค่าเมื่อบรรยากาศตลาดกลับมาเปิดรับความเสี่ยง
- บอนด์ยีลด์สหรัฐ 10 ปี ราว 4.995%, 2 ปี ราว 4.737% (+2 bps) และ 30 ปี ราว 5.309%
ทำไมดอลลาร์แข็ง: นักลงทุนปรับสถานะก่อนการประชุมธนาคารกลางหลายแห่งในสัปดาห์นี้ ได้แก่ Fed (พุธ), ECB (พฤหัสบดี) และ BOJ (ศุกร์) ซึ่งตลาดคาดว่าจะคงดอกเบี้ยทั้งหมด โดยเครื่องมือ CME FedWatch ชี้โอกาสราว 93% ที่ Fed จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75%–4.00% จุดสนใจจึงอยู่ที่ถ้อยแถลงของประธาน Fed ว่าจะส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยอีกหรือไม่
ประเด็นที่ตลาดจับตาต่อ
- ผลประชุม Fed และการแถลงข่าวของประธาน Fed (วันพุธ)
- ดัชนี PCE เดือนกันยายน ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญ (วันพฤหัสบดี)
- ผลประกอบการบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ และความคืบหน้าสถานการณ์ตะวันออกกลางที่มีผลต่อราคาน้ำมัน
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน