ตลาดการเงินโลกในวันอังคารที่ 4 สิงหาคม 2026 เคลื่อนไหวไปในทิศทาง "เปิดรับความเสี่ยง" อย่างชัดเจน หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มมีสัญญาณผ่อนคลาย โดยเฉพาะความคืบหน้าของการเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวขึ้นแรง ขณะที่ราคาน้ำมันย่อตัวลง
หุ้นสหรัฐทำสถิติสูงสุดใหม่
ดัชนีหลักของสหรัฐปิดบวกทั้งกระดาน โดยดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้นราว 1.79% ปิดที่ประมาณ 7,737 จุด ซึ่งเป็นการกลับมาทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งแรกในรอบราว 2 เดือน ด้าน ดัชนีดาวโจนส์ พุ่งขึ้นกว่า 900 จุด หรือประมาณ 1.71% ปิดเหนือระดับ 54,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ส่วน Nasdaq Composite ปรับขึ้นแรงที่สุดราว 2.59% มาที่ประมาณ 26,585 จุด
แรงหนุนหลักมาจากสองปัจจัย คือ ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาดีกว่าคาดในหลายราย และการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ที่ก่อนหน้านี้ถูกเทขายจากความกังวลเรื่องต้นทุนพลังงานและทิศทางดอกเบี้ย
น้ำมันย่อตัว ทองคำยังยืนเหนือ 4,100 ดอลลาร์
ราคาน้ำมันดิบเป็นสินทรัพย์ที่ตอบสนองต่อข่าวการเจรจามากที่สุด โดย น้ำมันดิบเบรนท์ ปรับลดลงราว 2% มาอยู่แถว 81-82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต่อเนื่องจากการดิ่งลงกว่า 5% ในช่วงต้นสัปดาห์ ขณะที่ WTI เคลื่อนไหวบริเวณ 79-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ถือเป็นการถอยลงมาไกลจากระดับที่เคยทะลุ 100 ดอลลาร์ในช่วงที่ความขัดแย้งรุนแรงที่สุด
ด้าน ทองคำ ยังยืนเหนือระดับ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยสัญญาส่งมอบเดือนธันวาคมเปิดที่ราว 4,109 ดอลลาร์ และขยับขึ้นไปแตะโซน 4,130 ดอลลาร์ระหว่างวัน สะท้อนว่าแม้ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์จะผ่อนคลายลง แต่นักลงทุนบางส่วนยังคงถือทองคำไว้ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง
คริปโตทรงตัวในกรอบแคบ
Bitcoin เคลื่อนไหวในกรอบแคบบริเวณ 63,400-63,800 ดอลลาร์ แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า ส่วน Ethereum อยู่ราว 1,858-1,875 ดอลลาร์ ปรับลดลงเล็กน้อยราว 1.3% จากราคาเปิดของวันจันทร์ ตลาดคริปโตยังไม่ตอบรับข่าวการผ่อนคลายความตึงเครียดมากเท่าตลาดหุ้น โดยนักลงทุนส่วนหนึ่งรอความชัดเจนของความคืบหน้าด้านกฎหมายกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐ
ค่าเงินและพันธบัตร
ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ทรงตัวบริเวณ 99.9 แทบไม่เปลี่ยนแปลง สะท้อนว่าแรงซื้อดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเริ่มคลายลง แต่ยังถูกพยุงไว้ด้วยความคาดหวังว่าเฟดอาจต้องขึ้นดอกเบี้ย
ฝั่งตลาดพันธบัตร อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี เคลื่อนไหวในกรอบ 4.63-4.69% ขณะที่รุ่นอายุ 30 ปีอยู่ราว 5.20% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของปี 2026 สะท้อนว่านักลงทุนยังกังวลเรื่องเงินเฟ้อระยะยาว แม้ราคาน้ำมันจะย่อลงมาแล้วก็ตาม
ภาพรวม
- ปัจจัยขับเคลื่อนหลักของวันคือ ความคืบหน้าการเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งลดความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงาน
- ผลลัพธ์คือ หุ้นขึ้น น้ำมันลง ดอลลาร์ทรงตัว และบอนด์ยีลด์ยังสูง
- สิ่งที่ยังไม่คลี่คลายคือ ทิศทางดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งจะขึ้นอยู่กับว่าเงินเฟ้อจะชะลอตามราคาพลังงานได้เร็วแค่ไหน
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน