ตัวเลขเงินเฟ้อ PCE เดือนสิงหาคมของสหรัฐที่ประกาศเมื่อวันที่ 30 กันยายน ออกมา "เย็นลง" กว่าที่ตลาดคาดไว้ชัดเจน แต่สิ่งที่ทำให้ตัวเลขชุดนี้น่าสนใจกว่าปกติ ไม่ใช่ตัวเลขเอง หากเป็นเหตุผลเบื้องหลังว่าทำไมมันเย็นลง และทำไมตลาดพันธบัตรแทบไม่ขยับตอบรับ
ตัวเลขที่ออกมา
- Core PCE (ไม่รวมอาหารและพลังงาน) อยู่ที่ 3.0% เทียบปีก่อน ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ 3.3% · รายเดือนเพิ่ม 0.2% ต่ำกว่าคาด 0.3%
- Headline PCE อยู่ที่ 3.4% เทียบปีก่อน ต่ำกว่าคาด 3.7% · รายเดือนเพิ่ม 0.3%
- รายได้ส่วนบุคคล เพิ่มเพียง 0.2% ต่ำกว่าคาด 0.4% แต่ การใช้จ่าย พุ่ง 0.9% (เมื่อหักเงินเฟ้อแล้วยังโต 0.6% ซึ่งเป็นการเพิ่มแรงที่สุดตั้งแต่เดือนมีนาคม 2024)
จุดที่ต้องอ่านให้ลึก: ตัวเลขเดือนก่อนถูกแก้ย้อนหลัง
Core PCE ของเดือนกรกฎาคมถูก ปรับลดย้อนหลังจาก 3.3% ลงมาเป็น 3.0% สาเหตุไม่ใช่เพราะราคาสินค้าลดลงจริง แต่เพราะสำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐ (BEA) เปลี่ยนวิธีคำนวณราคาในบางหมวด โดยเฉพาะบริการด้านกฎหมายและซอฟต์แวร์ นักเศรษฐศาสตร์หลายรายประเมินว่าการเปลี่ยนวิธีวัดนี้กดตัวเลข Core PCE ลงราว 0.2–0.3 จุดเปอร์เซ็นต์
แปลว่าเมื่อเทียบฐานเดียวกัน เงินเฟ้อพื้นฐานของสหรัฐ ไม่ได้ลดลง จากเดือนก่อน เพียงแต่ตัวเลขที่ตาเห็นดูดีขึ้น นี่เป็นบทเรียนสำคัญเรื่องการอ่านข้อมูลเศรษฐกิจ: ตัวเลขที่ "ดีกว่าคาด" ต้องแยกให้ออกว่ามาจากพื้นฐานที่เปลี่ยน หรือมาจากวิธีวัดที่เปลี่ยน
ตลาดตอบรับอย่างไร
ตลาดดอกเบี้ย: สัญญาล่วงหน้า Fed Funds พลิกเร็ว โดยข้อมูล CME FedWatch แสดงโอกาสที่เฟดจะ "คงดอกเบี้ย" ในรอบเดือนตุลาคมขึ้นมาที่ราว 65% เทียบกับโอกาสขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ที่ราว 35% ทั้งที่เพียงวันก่อนหน้าสองฝ่ายยังอยู่ระดับใกล้เคียง 50:50 ตลาดเลื่อนความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยครั้งถัดไปไปเป็นเดือนธันวาคม
พันธบัตร: จุดที่ขัดสายตาที่สุดคือยีลด์แทบไม่ลง โดยยีลด์ 10 ปีอยู่บริเวณ 5.30% และ 30 ปีราว 5.65% เหตุผลที่นักวิเคราะห์ยกขึ้นมามีสามข้อ คือ (1) ตัวเลขถูกกดด้วยการเปลี่ยนวิธีวัดอย่างที่กล่าวไป (2) ข้อมูลเดือนสิงหาคมยังไม่สะท้อนราคาดีเซลที่พุ่งขึ้นในเดือนกันยายน และ (3) ความตึงเครียดสหรัฐ–อิหร่านที่ยังหนุนราคาพลังงานอยู่ ทำให้นักลงทุนเตรียมใจว่าเงินเฟ้อเดือนกันยายนอาจกลับมาเร่ง
หุ้นและสินทรัพย์อื่น: ภาพในตลาดหุ้นสหรัฐไม่เป็นเนื้อเดียวกัน ดัชนี Nasdaq ปรับขึ้นปิดไตรมาส 3 ขณะที่ Dow Jones ปิดเดือนกันยายนบริเวณระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือนมิถุนายน · ด้านทองคำย่อลงมาแถว 4,150 ดอลลาร์ เพราะแรงกดจากยีลด์ที่ยังสูงและราคาน้ำมันมีน้ำหนักมากกว่าข่าวเงินเฟ้อที่อ่อนลง · ส่วนราคาน้ำมันเคลื่อนไหวแถวระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ยังเป็นตัวแปรที่คุมทิศทางเงินเฟ้อรอบถัดไป
สิ่งที่เทรดเดอร์ควรจับตา
- รายงานการจ้างงานสหรัฐเดือนกันยายน ที่กำหนดประกาศวันที่ 2 ตุลาคม เป็นตัวตัดสินว่าเรื่องเล่า "เฟดคงดอกเบี้ย" จะอยู่ต่อหรือถูกล้มอีกครั้ง โดยก่อนหน้านี้ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชน ADP เดือนกันยายนออกมา +90,000 ตำแหน่ง สูงกว่าคาดที่ 68,000
- ราคาพลังงาน เพราะเป็นช่องทางที่เงินเฟ้ออาจกลับมาเร่งโดยไม่ผ่าน Core
- ช่องว่างระหว่างตลาดดอกเบี้ยระยะสั้นกับยีลด์ระยะยาว เมื่อตลาดสองฝั่งเล่าเรื่องไม่ตรงกัน ความผันผวนมักเกิดในจุดที่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งต้องยอมปรับ
ประเด็นเชิงโครงสร้างที่เรื่องนี้ทิ้งไว้ คือความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ใช้ตัดสินนโยบาย เมื่อการแก้ไขตัวเลขย้อนหลัง 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์สามารถพลิกความคาดหวังดอกเบี้ยได้ในวันเดียว การวางสถานะโดยอิงตัวเลขเพียงชุดเดียวจึงมีความเสี่ยงสูงขึ้นกว่าในอดีต
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน