นักเทรดสองคนดูกราฟทองคำตัวเดียวกัน เห็นราคาขยับพร้อมกัน กดซื้อในจังหวะเดียวกัน — แต่คนแรกเทรดผ่านแอป CFD ส่วนคนที่สองเทรด Gold Futures ในตลาดกลาง สองคนนี้กำลังทำสิ่งที่ "หน้าตาเหมือนกัน แต่โครงสร้างข้างในคนละเรื่อง" เลยทีเดียว
บทความก่อนหน้าเราคุยกันแล้วว่า CFD คือสัญญาส่วนต่างที่เปิดกับโบรกเกอร์ บทนี้จะพาไปรู้จักคู่เปรียบเทียบที่ถูกถามถึงบ่อยที่สุด: Futures (สัญญาซื้อขายล่วงหน้า) — ตราสารที่ให้เก็งกำไรด้วย Leverage ได้เหมือนกัน เทรดสองทางได้เหมือนกัน แต่ต่างกันตั้งแต่ว่าใครเป็นคู่สัญญา ราคาเกิดที่ไหน ไปจนถึงใครค้ำประกันเงินของเรา เข้าใจความต่างนี้แล้ว จะมองออกทันทีว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ตรงไหนของตลาด
Futures คืออะไร — สัญญามาตรฐานที่ซื้อขายในตลาดกลาง
Futures คือสัญญาซื้อขายสินทรัพย์ล่วงหน้าที่ระบุราคาและวันส่งมอบชัดเจน จุดสำคัญคือมันเป็น สัญญามาตรฐาน (Standardized Contract) — ขนาดสัญญา คุณภาพสินทรัพย์ เดือนหมดอายุ ถูกกำหนดตายตัวโดยตลาด และซื้อขายกันใน ตลาดกลาง (Exchange) ที่มีสมุดคำสั่ง (Order Book) จริง เช่น ทองคำเทรดที่ COMEX ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เทรดที่ CME ส่วนในไทยก็มีตลาด TFEX ที่มี Gold Futures, SET50 Futures ให้เทรดภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต.
หัวใจของระบบตลาดกลางคือ สำนักหักบัญชี (Clearing House) — หน่วยงานกลางที่เข้ามาเป็นคู่สัญญาให้ทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขาย พร้อมเรียกหลักประกัน (Margin) จากทั้งสองฝั่งทุกวัน ผลคือ ต่อให้อีกฝั่งของสัญญาล้มละลาย เราก็ยังได้เงินครบ เพราะ Clearing House ค้ำประกันการชำระราคาไว้ตรงกลาง — นี่คือจุดที่ Futures ต่างจาก CFD แบบถึงราก เพราะ CFD คือสัญญาที่เราเปิดกับโบรกเกอร์โดยตรง (OTC — Over the Counter) ไม่มีหน่วยงานกลางค้ำระหว่างเรากับโบรกเลย
จุดต่างที่ 1 — คู่สัญญา: โบรกเกอร์ vs ตลาดกลาง
เทรด CFD คู่สัญญาของเราคือโบรกเกอร์ กำไรที่เห็นในบัญชีคือ "ตัวเลขที่โบรกเกอร์ติดหนี้เรา" จะได้เงินจริงหรือไม่ขึ้นกับความมั่นคงและความซื่อสัตย์ของโบรกเจ้านั้น — นี่คือ Counterparty Risk (ความเสี่ยงคู่สัญญา) เต็มรูปแบบ ส่วนการเทรด Futures คำสั่งของเราเข้าสมุดคำสั่งของตลาดจริง จับคู่กับผู้ซื้อผู้ขายจริง แล้วมี Clearing House เข้ามายืนกลางเป็นคู่สัญญาให้ทั้งสองฝั่ง พร้อมระบบ Mark to Market เคลียร์กำไรขาดทุนเข้าบัญชีทุกสิ้นวัน
ผลที่ตามมาอีกอย่างที่หลายคนไม่ทันคิด: คำสั่ง Futures ของเรามีส่วนขยับราคาตลาดจริง เพราะมันเข้า Order Book กลางที่ทั้งโลกเห็น ส่วนคำสั่ง CFD ไม่เคยไปแตะตลาดจริงเลย (เราเป็นผู้รับราคาอย่างเดียว ตามที่อธิบายในบทความ CFD คืออะไร)
จุดต่างที่ 2 — วันหมดอายุ: Futures มีเส้นตาย · CFD ถือได้เรื่อย ๆ แต่จ่ายรายคืน
Futures ทุกสัญญามี เดือนหมดอายุ กำกับเสมอ เช่น Gold Futures มีสัญญาเดือน ก.พ. เม.ย. มิ.ย. ส.ค. ต.ค. ธ.ค. เมื่อใกล้วันหมดอายุ ใครที่อยากถือสถานะต่อต้อง Roll สัญญา — ปิดสัญญาเดือนเก่า แล้วเปิดสัญญาเดือนถัดไปเอง และราคาของแต่ละเดือนสัญญาก็ไม่เท่ากันเป๊ะ (ส่วนต่างนี้เรียกว่า Basis ซึ่งสะท้อนต้นทุนดอกเบี้ยและการเก็บรักษาของจริง)
CFD ตัดเรื่องพวกนี้ทิ้งหมด — ไม่มีวันหมดอายุ เปิดสถานะวันนี้จะถือไปกี่เดือนก็ได้ แลกกับการที่โบรกเกอร์คิด Swap (ค่าถือสถานะข้ามคืน) ทุกคืนแทน พูดง่าย ๆ คือ Futures เก็บต้นทุนการถือครองไว้ "ในราคาสัญญา" แล้วบังคับจ่ายตอน Roll ส่วน CFD กระจายต้นทุนเดียวกันออกมาเก็บ "รายคืน" — ถือสั้นแทบไม่รู้สึก แต่ถือยาวหลายเดือน Swap สะสมอาจกินกำไรได้มากกว่าที่คิดไว้เยอะ
จุดต่างที่ 3 — ขนาดสัญญาและเงินทุนที่ต้องใช้
Futures เป็นสัญญามาตรฐาน ขนาดจึงถูกล็อกตายตัวและ "ใหญ่" — Gold Futures (GC) ที่ COMEX 1 สัญญา = ทองคำ 100 ออนซ์ (มูลค่าสัญญาหลายแสนบาทขึ้นไป และต้องวางหลักประกันตามที่ตลาดกำหนด) แม้ปัจจุบันจะมี Micro Futures (เช่น MGC = 10 ออนซ์) ให้ทุนเล็กลงมาเข้าถึงได้ แต่ก็ยังมีขั้นต่ำที่ชัดเจน ส่วนตลาดไทย TFEX ก็มี Gold Online Futures ขนาดย่อมให้เทรดเช่นกัน
CFD ยืดหยุ่นกว่ามากในจุดนี้ — เปิดได้ตั้งแต่ 0.01 Lot (ทองคำ = 1 ออนซ์ หรือเล็กกว่านั้นในบางแพลตฟอร์ม) ใช้เงินหลักร้อยหลักพันบาทก็เปิดสถานะได้ด้วย Leverage ที่โบรกเกอร์ให้ นี่คือเหตุผลใหญ่ที่รายย่อยทั่วโลกเข้าสู่ตลาดผ่าน CFD มากกว่า Futures — แต่ความเข้าถึงง่ายนี้เองที่เป็นดาบสองคม เพราะ Leverage สูง ๆ ที่มาพร้อมกัน ทำให้พอร์ตเล็กหมดไวกว่าที่ควรจะเป็น ขณะที่ Margin ของ Futures ถูกกำหนดโดยตลาดกลางตามความผันผวนจริง ไม่ใช่ตัวเลขการตลาดของโบรก
สรุปเทียบชัด ๆ ทุกมิติ
ราคาที่เห็นบนกราฟ เป็นราคาเดียวกันไหม
ใกล้กันมาก แต่ไม่ใช่ตัวเดียวกัน — ราคา CFD ทองคำส่วนใหญ่อ้างอิง ราคา Spot ขณะที่ Gold Futures คือราคาซื้อขายล่วงหน้าที่บวกต้นทุนถือครองไว้ในตัว สองเส้นนี้จึงวิ่งขนานกันโดยมีส่วนต่างเล็ก ๆ (Basis) ที่หดเข้าหากันเมื่อใกล้วันหมดอายุสัญญา ส่วน CFD ดัชนีอย่าง US30/NAS100 กลับกัน — ตัวมันอ้างอิงราคา Futures ของดัชนีนั้นเป็นหลัก โดยเฉพาะช่วงนอกเวลาตลาดหุ้นจริง (ใครอ่านบทความเรื่องการเทรดดัชนีจะเห็นภาพนี้ชัดแล้ว) สรุปคือทั้งคู่สะท้อนตลาดจริงตัวเดียวกัน แค่ "หยิบราคามาจากคนละชั้น" ของตลาดเท่านั้น
แล้วเราควรมองสองตัวนี้ยังไง
ถ้ามองแบบเป็นกลางที่สุด: Futures คือโครงสร้างที่โปร่งใสและปลอดภัยกว่า — ตลาดกลาง ราคากลาง Clearing House ค้ำประกัน และในไทยมีช่องทางถูกกฎหมายผ่าน TFEX ชัดเจน แลกกับขั้นต่ำของทุนที่สูงกว่าและสินค้าให้เลือกน้อยกว่า ส่วน CFD คือโครงสร้างที่เข้าถึงง่ายและยืดหยุ่นกว่า — ทุนเล็กก็เริ่มได้ สินค้าเยอะ ไม่มีวันหมดอายุ แลกกับความเสี่ยงคู่สัญญา ต้นทุน Swap และช่องว่างทางกฎหมายในไทยที่ต้องแบกรับเอง
สิ่งที่อยากให้เก็บไปคิดไม่ใช่ "อันไหนดีกว่า" แต่คือ รู้ให้ชัดว่าตัวเองกำลังถืออะไรอยู่ — นักเทรดจำนวนมากเทรด CFD มาหลายปีโดยเข้าใจว่าตัวเองกำลังเทรดในตลาดโลกจริง ๆ ทั้งที่โครงสร้างข้างหลังต่างกันอย่างที่เห็นในบทนี้ ความเข้าใจนี้จะเปลี่ยนวิธีที่เราเลือกเครื่องมือ ประเมินต้นทุน และวางแผนความเสี่ยงไปทั้งหมด
สรุปบทเรียน
CFD กับ Futures ให้ผลลัพธ์บนหน้าจอคล้ายกัน — เก็งกำไรสองทางด้วย Leverage บนสินทรัพย์เดียวกัน — แต่โครงสร้างต่างกันตั้งแต่ฐาน: CFD เป็นสัญญา OTC กับโบรกเกอร์ ไม่มีวันหมดอายุ จ่าย Swap รายคืน ขนาดยืดหยุ่น เข้าถึงง่าย แต่แบกความเสี่ยงคู่สัญญาเต็ม ๆ ส่วน Futures เป็นสัญญามาตรฐานในตลาดกลาง มี Clearing House ค้ำประกัน มีเดือนหมดอายุที่ต้อง Roll และขั้นต่ำทุนสูงกว่า — เข้าใจสองโครงสร้างนี้แล้ว จะเลือกมองตลาดด้วยตาที่เปิดกว้างขึ้นกว่าเดิมมาก
สิ่งที่ต้องจำ
- CFD = สัญญากับโบรกเกอร์ (OTC) · Futures = สัญญามาตรฐานในตลาดกลาง (COMEX · CME · TFEX)
- Futures มี Clearing House ค้ำประกันสองฝั่ง · CFD ความปลอดภัยของเงินขึ้นกับโบรกเกอร์ล้วน ๆ
- คำสั่ง Futures เข้า Order Book จริง มีส่วนขยับราคา · คำสั่ง CFD ไม่แตะตลาดจริง
- Futures มีเดือนหมดอายุ ต้อง Roll · CFD ไม่มีวันหมดอายุ แต่จ่าย Swap ทุกคืน — ถือยาวต้นทุนสะสมสูง
- ขนาดสัญญา: Futures ตายตัวและใหญ่ (มี Micro ให้) · CFD เริ่มได้ตั้งแต่ 0.01 Lot
- ราคา CFD ทองอ้างอิง Spot · CFD ดัชนีอ้างอิง Futures — ใกล้กันแต่ไม่ใช่ตัวเดียวกัน (Basis)
- ในไทย: Futures มีช่องทางถูกกฎหมายผ่าน TFEX (กำกับโดย ก.ล.ต.) · CFD ยังไม่มีใบอนุญาตรองรับ
คำเตือน: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างของตราสารทางการเงินเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำหรือคำชักชวนให้ลงทุนในตราสารใด ๆ ทั้ง CFD และ Futures เป็นตราสารที่มีความเสี่ยงสูงจาก Leverage ซึ่งอาจทำให้ขาดทุนเกินเงินลงทุนเริ่มต้นได้ CFD มีความเสี่ยงคู่สัญญาเพิ่มเติมและปัจจุบันยังไม่มีใบอนุญาตรองรับในประเทศไทย ผู้เกี่ยวข้องจึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไทย โปรดศึกษาข้อมูลรอบด้านและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ