เว็บเรียนเทรดและวิเคราะห์ตลาดการเงินสำหรับคนไทย — หุ้น ทองคำ คริปโต ดัชนี · คอร์สฟรี บทความ TA/FA เครื่องมือคำนวณเริ่มเรียน
พื้นฐานการอ่านกราฟ

Cup and Handle — รูปแบบถ้วยกับหูจับ ดูยังไงให้ถูก จุดเข้าและเป้าหมายอยู่ตรงไหน

Cup and Handle — รูปแบบถ้วยกับหูจับ ดูยังไงให้ถูก จุดเข้าและเป้าหมายอยู่ตรงไหน

Cup and Handle หรือรูปแบบถ้วยกับหูจับ คือรูปแบบกราฟขาขึ้นต่อเนื่องที่นิยมมากในตลาดหุ้น รู้เงื่อนไขของรูปแบบที่ดี จุดเข้า Stop Loss และวิธีคำนวณเป้าหมาย

ถ้าลองค้นคำว่ารูปแบบกราฟขาขึ้น ชื่อหนึ่งที่โผล่มาแทบทุกครั้งคือ Cup and Handle หรือรูปแบบ "ถ้วยกับหูจับ" เป็นรูปแบบที่ดูง่าย ชื่อจำง่าย และเป็นที่นิยมมากในตลาดหุ้น แต่ก็มีคนดูผิดเยอะเหมือนกัน เพราะเห็นอะไรโค้ง ๆ ก็เรียกว่าถ้วยไปหมด

บทความนี้จะพาดูว่ารูปแบบที่ถูกต้องหน้าตาเป็นยังไง มีเงื่อนไขอะไรบ้าง จุดเข้าอยู่ตรงไหน และคำนวณเป้าหมายยังไง

Cup and Handle คืออะไร

Cup and Handle เป็นรูปแบบกราฟ ขาขึ้นต่อเนื่อง คือเกิดหลังจากราคาขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว พักตัวลงเป็นรูปโค้ง แล้วกลับขึ้นไปใกล้ยอดเดิม จากนั้นย่อลงเล็กน้อยอีกรอบก่อนทะลุขึ้นไป คนที่ทำให้รูปแบบนี้เป็นที่รู้จักคือ William O'Neil จากหนังสือ How to Make Money in Stocks ที่ตีพิมพ์ปี 1988

ส่วนประกอบของ Cup and Handle แนวต้านขอบถ้วย ถ้วย (Cup) หูจับ (Handle) จุดทะลุ ขาขึ้นก่อนหน้า
  • ขาขึ้นก่อนหน้า ต้องมีเทรนด์ขึ้นมาก่อน รูปแบบนี้คือการพักตัวระหว่างทาง
  • ถ้วย ราคาย่อลงเป็นรูปตัว U ก้นโค้งมน แล้วกลับขึ้นไปใกล้ยอดเดิม
  • หูจับ ราคาย่อลงสั้น ๆ อีกครั้งใกล้ขอบถ้วย เป็นช่วงที่คนซื้อไว้แถวยอดเดิมขายคืนทุนออกมา
  • จุดทะลุ ราคาวิ่งขึ้นเหนือแนวต้านของหูจับ พร้อมปริมาณซื้อขายที่เพิ่มขึ้น

เงื่อนไขของรูปแบบที่ดี

ความต่างระหว่างถ้วยจริงกับถ้วยปลอม อยู่ที่สัดส่วนและระยะเวลา แนวทางที่ใช้กันทั่วไปเป็นแบบนี้

เช็กลิสต์ Cup and Handle ความลึกของถ้วยไม่เกินราว 1/3 ของขาขึ้นก่อนหน้า (ตลาดผันผวนอาจถึง 1/2) ระยะเวลาถ้วยราว 1 ถึง 6 เดือนบนกราฟรายวัน หูจับราว 1 ถึง 4 สัปดาห์ ย่อไม่ลึกเกิน 1/3 ของขาขวาถ้วย ปริมาณซื้อขายควรเพิ่มขึ้นชัดเจนตอนราคาทะลุหูจับ

มีอีกสองจุดที่ควรสังเกต อย่างแรกคือ ก้นถ้วยควรโค้งมน แบบตัว U ไม่ใช่แหลมแบบตัว V เพราะก้นโค้งแสดงว่าราคาใช้เวลาสร้างฐานนานพอ คนที่อยากขายค่อย ๆ ขายจนหมด ส่วนก้นแหลมมักเกิดจากการเด้งเร็วที่ยังไม่มั่นคง อย่างที่สองคือ หูจับควรอยู่ครึ่งบนของถ้วย ถ้าหูจับลงไปลึกถึงครึ่งล่าง รูปแบบจะอ่อนแอลงมาก

ถ้วยที่ดี กับ ถ้วยที่ควรระวัง ก้นโค้ง หูจับตื้น ก้นแหลมตัว V หูจับลึกเกินไป

จุดเข้า จุดตัดขาดทุน และเป้าหมาย

วิธีที่นิยมที่สุดคือรอให้ราคา ทะลุแนวต้านของหูจับ แล้วค่อยเข้าซื้อ ส่วน Stop Loss วางใต้จุดต่ำสุดของหูจับ

เป้าหมายคำนวณจาก ความลึกของถ้วย คือระยะจากขอบถ้วยลงไปถึงก้นถ้วย แล้วบวกเพิ่มจากจุดทะลุ

ตัวอย่างคำนวณเป้าหมาย ลึก 10 +10 ขอบถ้วย 50 ก้นถ้วย 40 เป้าหมาย 60 SL ใต้หูจับ

จากตัวอย่าง ขอบถ้วยอยู่ที่ 50 บาท ก้นถ้วยอยู่ที่ 40 บาท ความลึกคือ 10 บาท เมื่อราคาทะลุ 50 บาท เป้าหมายแรกจึงอยู่ราว 60 บาท ถ้าหูจับมีจุดต่ำสุดที่ 47 บาท และวาง Stop Loss ไว้ที่ 46.50 บาท ความเสี่ยงต่อหุ้นจะอยู่ที่ราว 3.50 บาท เทียบกับกำไรเป้าหมาย 10 บาท

เป้าหมายจากการวัดแบบนี้เป็นแค่ กรอบคร่าว ๆ ราคาอาจไปไม่ถึงหรือไปไกลกว่านั้นก็ได้ หลายคนจึงแบ่งขายบางส่วนเมื่อใกล้เป้า แล้วเลื่อน Stop Loss ตามส่วนที่เหลือ

สัญญาณว่ารูปแบบอาจล้มเหลว

  • ทะลุแบบปริมาณซื้อขายเบาบาง ราคาขึ้นเหนือแนวต้านแต่ไม่มีแรงซื้อจริงตาม มักกลับลงมาใต้แนวได้ง่าย
  • หูจับลึกเกินไป ย่อลงไปจนเกือบถึงก้นถ้วย แสดงว่าแรงขายยังมาก
  • ไม่มีขาขึ้นก่อนหน้า รูปโค้งที่เกิดกลางขาลง ไม่ใช่ Cup and Handle
  • ตลาดรวมเป็นขาลง ต่อให้รูปสวยแค่ไหน ถ้าทั้งตลาดกำลังลงแรง โอกาสสำเร็จก็ต่ำลง

รูปแบบนี้ยังมีฉบับกลับหัวที่เรียกว่า Inverted Cup and Handle ซึ่งเป็นสัญญาณขาลง หลักการเหมือนกันทุกอย่าง แค่สลับทิศขึ้นลง

Cup and Handle เกิดได้ในหลายตลาด ทั้งหุ้น ดัชนี ทองคำ และคริปโต แต่เพราะต้องใช้เวลาก่อตัวหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน จึงเห็นชัดที่สุดบนกราฟรายวันและรายสัปดาห์ ถ้าเจอบนกราฟนาที ความน่าเชื่อถือจะต่ำกว่ามาก

สิ่งที่ต้องจำ

  • Cup and Handle คือรูปแบบขาขึ้นต่อเนื่อง ต้องมีขาขึ้นมาก่อนเสมอ
  • ถ้วย ควรเป็นรูปตัว U ลึกไม่เกินราว 1/3 ของขาขึ้นก่อนหน้า
  • หูจับ ควรสั้น อยู่ครึ่งบนของถ้วย และย่อไม่ลึก
  • จุดเข้า คือทะลุแนวต้านหูจับพร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น SL ใต้หูจับ
  • เป้าหมาย คือความลึกของถ้วยบวกจากจุดทะลุ ใช้เป็นกรอบคร่าว ๆ

คำเตือน: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือการชี้นำให้ซื้อขายสินทรัพย์ใด ตัวเลขในตัวอย่างเป็นการสมมติ รูปแบบกราฟไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ การลงทุนมีความเสี่ยง ควรวาง Stop Loss และบริหารความเสี่ยงทุกครั้ง

อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

Wedge (รูปแบบลิ่ม) — Rising Wedge กับ Falling Wedge ต่างกันยังไง เทรดยังไง พื้นฐานการอ่านกราฟ

Wedge (รูปแบบลิ่ม) — Rising Wedge กับ Falling Wedge ต่างกันยังไง เทรดยังไง

รูปแบบลิ่มคือสัญญาณว่าแรงของเทรนด์กำลังหมด รู้จัก Rising Wedge กับ Falling Wedge วิธีแยกจากสามเหลี่ยม และวิธีเทรดเมื่อราคาหลุดกรอบ

ทีมงาน · 02/11/2026
Triple Top และ Triple Bottom — ยอดสาม ก้นสาม รูปแบบกลับตัวที่ต้องรอเส้นคอยืนยัน พื้นฐานการอ่านกราฟ

Triple Top และ Triple Bottom — ยอดสาม ก้นสาม รูปแบบกลับตัวที่ต้องรอเส้นคอยืนยัน

ราคาชนแนวเดิม 3 ครั้งแล้วไม่ผ่าน คือรูปแบบยอดสามหรือก้นสาม รู้วิธีแยกจาก Double Top และ Head & Shoulders จุดยืนยัน และวิธีคำนวณเป้าหมาย

ทีมงาน · 01/11/2026
สามเหลี่ยม ธง และ Pennant — รูปแบบกราฟต่อเนื่องที่บอกว่าเทรนด์แค่พักเหนื่อย พื้นฐานการอ่านกราฟ

สามเหลี่ยม ธง และ Pennant — รูปแบบกราฟต่อเนื่องที่บอกว่าเทรนด์แค่พักเหนื่อย

เทรนด์ไม่ได้วิ่งเป็นเส้นตรง รู้จักรูปทรงช่วงพักที่เกิดซ้ำบ่อยที่สุด พร้อมวิธีเข้า จุดผิด และการวัดเป้าแบบ Measured Move

ทีมงาน · 06/10/2026