เว็บเรียนเทรดและวิเคราะห์ตลาดการเงินสำหรับคนไทย — หุ้น ทองคำ คริปโต ดัชนี · คอร์สฟรี บทความ TA/FA เครื่องมือคำนวณเริ่มเรียน
พื้นฐานการอ่านกราฟ

Head & Shoulders และ Double Top/Bottom — รูปแบบกราฟกลับตัวที่ต้องรู้

Head & Shoulders และ Double Top/Bottom — รูปแบบกราฟกลับตัวที่ต้องรู้

รู้จักรูปแบบกราฟกลับตัวสองตระกูลที่คนพูดถึงมากที่สุด ดูยังไง ยืนยันเมื่อไหร่ และงานวิจัยบอกว่าเชื่อถือได้แค่ไหน

แท่งเทียนหนึ่งแท่งบอกอารมณ์ของตลาดในช่วงสั้น ๆ แต่ถ้าถอยออกมามองกราฟทั้งหน้า เราจะเริ่มเห็น "รูปทรง" ที่ราคาวาดไว้ตลอดหลายสัปดาห์ รูปทรงบางแบบเกิดซ้ำบ่อยจนเทรดเดอร์ตั้งชื่อเรียกกันมานานหลายสิบปี

บทความนี้จะพาไปรู้จัก รูปแบบกราฟกลับตัว สองตระกูลที่คนพูดถึงมากที่สุด คือ Head & Shoulders (หัวและไหล่) และ Double Top / Double Bottom (สองยอด / สองก้น) ว่าหน้าตาเป็นยังไง ยืนยันเมื่อไหร่ และงานวิจัยบอกอะไรเราบ้าง

ข้อควรรู้ก่อนอ่าน: รูปแบบกราฟ (chart pattern) ต่างจากรูปแบบแท่งเทียน รูปแบบแท่งเทียนเกิดจากแท่งไม่กี่แท่ง ส่วนรูปแบบกราฟเกิดจากการเคลื่อนไหวของราคาหลายสิบแท่ง จึงสะท้อนการเปลี่ยนมือระหว่างฝั่งซื้อกับฝั่งขายในภาพที่ใหญ่กว่า

Head & Shoulders — ยอดสามยอด ที่ยอดกลางสูงสุด

Head & Shoulders เกิดหลังขาขึ้น ประกอบด้วยยอดสามยอด ยอดซ้าย (ไหล่ซ้าย) ยอดกลางที่สูงที่สุด (หัว) และยอดขวา (ไหล่ขวา) ที่ต่ำกว่าหัว ลากเส้นเชื่อมจุดต่ำสองจุดระหว่างยอดจะได้เส้นที่เรียกว่า Neckline (เส้นคอ)

โครงสร้าง Head & Shoulders ยอดกลางสูงสุด · ราคาปิดหลุดเส้นคอ = รูปแบบสมบูรณ์ ไหล่ซ้าย หัว ไหล่ขวา Neckline ปิดหลุดเส้นคอ เส้นส้ม = ระยะหัวถึงคอ ใช้วัดเป้าโดยประมาณ

สิ่งที่รูปแบบนี้เล่าคือเรื่องของแรงซื้อที่ค่อย ๆ หมด ช่วงไหล่ซ้ายกับหัว ผู้ซื้อยังดันราคาทำจุดสูงใหม่ได้ แต่พอถึงไหล่ขวา ผู้ซื้อดันไม่ถึงยอดเดิมแล้ว นี่คือสัญญาณว่าเทรนด์ขาขึ้นเริ่มอ่อนแรง (ต่อยอดได้จากบท สัญญาณเทรนด์อ่อนแรง)

จุดสำคัญที่มือใหม่มักพลาดคือ รูปแบบยังไม่สมบูรณ์จนกว่าราคาจะปิดหลุดเส้นคอ ถ้าเข้าขายตั้งแต่เห็นไหล่ขวาเริ่มก่อตัว บ่อยครั้งราคาจะกลับขึ้นไปต่อ และสิ่งที่คิดว่าเป็นไหล่ขวาก็กลายเป็นแค่การย่อตัวธรรมดา

เมื่อราคาปิดหลุดเส้นคอแล้ว เทรดเดอร์นิยมประมาณเป้าหมายด้วยการวัดระยะจากหัวลงมาถึงเส้นคอ แล้วนำระยะนั้นไปต่อจากจุดที่หลุดเส้นคอ ควรมองค่านี้เป็นแค่กรอบคร่าว ๆ ไม่ใช่ตัวเลขที่ราคาต้องไปถึง

Inverse Head & Shoulders — กลับหัวเป็นสัญญาณขาขึ้น

ถ้าพลิกรูปแบบเดิมกลับหัว จะได้ Inverse Head & Shoulders ที่เกิดหลังขาลง ประกอบด้วยก้นสามจุด ก้นกลางลึกที่สุด และเส้นคออยู่ด้านบน รูปแบบนี้สมบูรณ์เมื่อราคาปิดทะลุเส้นคอขึ้นไป วิธีวัดเป้าก็ใช้หลักเดียวกัน คือวัดระยะจากก้นกลางถึงเส้นคอ

ในตลาดหุ้นและดัชนี รูปแบบกลับหัวนี้มักเกิดตรงช่วงที่ตลาดฟื้นจากการลงหนัก ส่วนในคริปโตที่ผันผวนสูง รูปแบบมักบิดเบี้ยวกว่าในตำรา ไหล่สองข้างอาจสูงไม่เท่ากันอย่างชัดเจน ซึ่งยังใช้ได้ตราบที่ตรรกะหลักยังอยู่ คือก้นกลางลึกที่สุดและราคาทะลุเส้นคอ

Double Top / Double Bottom — ทดสอบยอดเดิมแล้วไปต่อไม่ได้

Double Top คือราคาขึ้นไปทำยอด ย่อลง แล้วกลับขึ้นไปใกล้ยอดเดิมอีกครั้งแต่ทะลุไม่ได้ จุดต่ำระหว่างสองยอดเรียกว่า จุดยืนยัน (confirmation level) รูปแบบสมบูรณ์เมื่อราคาปิดหลุดจุดนี้ ส่วน Double Bottom คือภาพกลับด้าน เกิดหลังขาลง และยืนยันเมื่อราคาปิดทะลุจุดสูงระหว่างสองก้น

Double Top กับ Double Bottom Double Top · หลังขาขึ้น จุดยืนยัน ยอดเดิม ทะลุไม่ได้ Double Bottom · หลังขาลง จุดยืนยัน ก้นเดิม หลุดไม่ได้

ยอดทั้งสองไม่จำเป็นต้องเท่ากันเป๊ะ ในกราฟจริงยอดที่สองอาจสูงหรือต่ำกว่ายอดแรกเล็กน้อย สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ระยะห่างระหว่างสองยอด ถ้าสองยอดอยู่ติดกันแค่ไม่กี่แท่ง มักเป็นแค่การแกว่งตัวธรรมดา ไม่ใช่การทดสอบแนวที่มีความหมาย

หลายครั้งยอดที่สองจะแทงทะลุยอดแรกขึ้นไปนิดเดียวแล้วถูกกดกลับ ภาพแบบนี้คือการกวาดสภาพคล่องเหนือยอดเดิม (อ่านเพิ่มได้ในบท Liquidity) ถ้าตามด้วยการปิดหลุดจุดยืนยัน ก็ยังนับเป็น Double Top ได้ และมักแรงกว่าแบบปกติด้วย

งานวิจัยบอกอะไรเกี่ยวกับรูปแบบเหล่านี้

รูปแบบกราฟมักถูกวิจารณ์ว่า "เห็นเอาเอง" งานวิจัยจึงพยายามให้คอมพิวเตอร์หาแทนคน เพื่อตัดความลำเอียงออก

งานที่ถูกอ้างถึงบ่อยที่สุดคือของ Lo, Mamaysky และ Wang (2000) ตีพิมพ์ใน Journal of Finance ทีมวิจัยใช้อัลกอริทึมค้นหารูปแบบกราฟสิบแบบ รวมถึง Head & Shoulders และ Double Top/Bottom ในหุ้นสหรัฐฯ ช่วงปี 1962–1996 พบว่ารูปแบบหลายแบบมีข้อมูลเพิ่มเติมต่อการเคลื่อนไหวของราคาจริง โดยเห็นชัดกว่าในหุ้นแนสแด็ก แต่ผู้วิจัยระบุชัดว่าไม่ได้แปลว่าเทรดตามแล้วจะกำไรเสมอ

งานวิจัยสามชิ้น ผลไม่ได้ไปทางเดียวกัน Lo, Mamaysky & Wang (2000) · หุ้นสหรัฐฯ 1962–1996 รูปแบบหลายแบบให้ข้อมูลเพิ่ม โดยเฉพาะหุ้นแนสแด็ก Osler & Chang (1995) · ค่าเงินหลักเทียบดอลลาร์ 1973–1994 H&S ทำกำไรได้ในบางสกุล แต่ไม่ใช่ทุกสกุล Osler (1998) · หุ้นสหรัฐฯ สุ่ม 100 ตัว 1962–1993 เทรด H&S ตามตำรา กำไรเฉลี่ยต่อรอบ −0.24%

ส่วนงานของ Carol Osler และ Kevin Chang (1995) จากธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขานิวยอร์ก ทดสอบ Head & Shoulders กับค่าเงินหลักเทียบดอลลาร์ช่วงปี 1973–1994 พบว่าให้ผลดีในบางสกุล แต่ไม่ได้ผลกับทุกสกุล ขณะที่งานของ Osler (1998) ซึ่งทดสอบกับหุ้นสหรัฐฯ ที่สุ่มมา 100 ตัว พบว่าการเทรดตามรูปแบบนี้แบบตรงตำรา ให้กำไรเฉลี่ยต่อรอบ ติดลบ 0.24%

ข้อสรุปที่ตรงไปตรงมาคือ รูปแบบกราฟไม่ใช่เวทมนตร์ มันช่วยบอกว่าตลาดกำลังเปลี่ยนสมดุล แต่ไม่รับประกันผล วิธีใช้ที่ดีจึงเป็นการใช้เป็น "บริบท" ร่วมกับเครื่องมืออื่น แทนที่จะเห็นรูปแล้วกดออเดอร์ทันที

เช็กลิสต์ก่อนเชื่อรูปแบบกลับตัว

ห้าข้อที่ต้องผ่านก่อนเชื่อรูปแบบ 1 มีเทรนด์เดิมให้กลับตัวจริง ไม่ใช่เกิดกลางกรอบออกข้าง 2 รอราคาปิดหลุดเส้นคอหรือจุดยืนยัน ไม่เข้าก่อน 3 รูปแบบใช้เวลาก่อตัวพอสมควร ไม่ใช่แค่ไม่กี่แท่ง 4 ดูวอลุ่มประกอบ แรงตอนหลุดควรมากกว่าช่วงก่อตัว 5 รู้ก่อนเข้าว่าผิดที่ไหน เช่น เหนือไหล่ขวาหรือยอดที่สอง

ข้อแรก สำคัญที่สุด รูปแบบกลับตัวต้องมีเทรนด์ให้กลับ ถ้ารูปทรงคล้าย Double Top เกิดกลางกรอบออกข้าง มันอาจเป็นแค่ราคาแกว่งชนขอบบนของกรอบตามปกติ

ข้อสอง คือวินัยในการรอ ราคาที่ยังไม่ปิดหลุดเส้นคอคือรูปแบบที่ยังไม่เกิด การเข้าก่อนอาจได้ราคาดีกว่า แต่ก็แลกมากับโอกาสผิดที่สูงขึ้นมาก

ข้อห้า คือการวางจุดตัดขาดทุน จุดที่สมเหตุสมผลคือเหนือไหล่ขวา (สำหรับ H&S) หรือเหนือยอดที่สอง (สำหรับ Double Top) เพราะถ้าราคากลับขึ้นไปถึงตรงนั้น ตรรกะของรูปแบบก็ไม่เหลือแล้ว และอย่าลืมว่าบางครั้งราคาจะดึงกลับมาทดสอบเส้นคอจากอีกฝั่งก่อนไปต่อ เป็นจังหวะที่บางคนใช้เข้าแทนการไล่ราคาตอนหลุด

สิ่งที่ต้องจำ

  • Head & Shoulders ยอดสามยอด ยอดกลางสูงสุด สมบูรณ์เมื่อราคาปิดหลุดเส้นคอ · Inverse คือภาพกลับด้านหลังขาลง
  • Double Top / Bottom ทดสอบยอดหรือก้นเดิมแล้วไปต่อไม่ได้ ยืนยันเมื่อปิดผ่านจุดกลางระหว่างสองยอด
  • เป้าหมายโดยประมาณ วัดระยะจากหัว (หรือยอด) ถึงเส้นคอ แล้วต่อจากจุดหลุด ใช้เป็นกรอบคร่าว ๆ เท่านั้น
  • ✅ Lo, Mamaysky & Wang (2000) พบว่ารูปแบบหลายแบบให้ข้อมูลเพิ่ม · ✅ Osler (1998) เทรด H&S ตามตำราในหุ้นสหรัฐฯ ได้เฉลี่ย −0.24% ต่อรอบ
  • ใช้เป็นบริบท ไม่ใช่สัญญาณเดี่ยว ต้องมีเทรนด์เดิม รอปิดยืนยัน ดูวอลุ่ม และรู้จุดผิดก่อนเข้า

คำเตือน: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านการวิเคราะห์ทางเทคนิคเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือการชี้นำให้ซื้อขายสินทรัพย์ใด รูปแบบกราฟไม่ได้รับประกันทิศทางราคา งานวิจัยที่อ้างถึงศึกษาข้อมูลเฉพาะช่วงเวลาหนึ่ง ผลในอดีตไม่ได้บ่งชี้ผลในอนาคต การซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงินมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน ผู้อ่านควรประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ

อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ประเภทคำสั่ง — Market / Limit / Stop / Stop-Limit ต่างกันยังไง พื้นฐานการอ่านกราฟ

ประเภทคำสั่ง — Market / Limit / Stop / Stop-Limit ต่างกันยังไง

คำสั่งบางแบบรับประกันว่าได้เข้าแต่ไม่รับประกันราคา บางแบบกลับกัน — แยกให้ออกว่าแต่ละแบบทำงานยังไง และวันที่ราคากระโดดข้ามระดับผลลัพธ์ต่างกันแค่ไหน

ทีมงาน · 07/09/2026
รูปแบบแท่งเทียนต่อเนื่อง (Continuation Patterns) — สัญญาณว่าเทรนด์ยังไปต่อ พื้นฐานการอ่านกราฟ

รูปแบบแท่งเทียนต่อเนื่อง (Continuation Patterns) — สัญญาณว่าเทรนด์ยังไปต่อ

ตลาดใช้เวลา "ไปต่อ" มากกว่า "กลับตัว" — รู้จัก Rising/Falling Three Methods, Tasuki Gap และ Separating Lines สัญญาณว่าการย่อเป็นแค่พักตัว

ทีมงาน · 26/07/2026
กราฟ Range / Renko / Tick — กราฟที่ "ตัดเวลาทิ้ง" เทรดเดอร์มืออาชีพใช้ยังไง พื้นฐานการอ่านกราฟ

กราฟ Range / Renko / Tick — กราฟที่ "ตัดเวลาทิ้ง" เทรดเดอร์มืออาชีพใช้ยังไง

กราฟแท่งเทียนสร้างแท่งใหม่ตามเวลา แต่ Renko, Range Bar และ Tick Chart ใช้การเคลื่อนของราคาแทน — กรอง Noise อัตโนมัติจนเทรนด์ชัดขึ้นทั้งกราฟ

ทีมงาน · 25/07/2026