ตลาดการเงินวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2026 เดินหน้าด้วยภาพที่แยกทางกันชัดเจน หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐพาดัชนี Nasdaq ปิดทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะที่ตลาดพันธบัตรยังกดดัน เพราะยีลด์ระยะยาวขึ้นไปแตะระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 2002 นักลงทุนจึงอยู่ในภาวะ "รับความเสี่ยงได้ แต่ยังไม่วางใจ"
หุ้นสหรัฐ: Nasdaq ทำนิวไฮ แรงหนุนจากหุ้น AI
ดัชนีหลักปิดบวกทั้งสามตัว แต่แรงต่างกันมาก
- Nasdaq Composite +1.05% ปิดทำสถิติสูงสุดใหม่
- S&P 500 +0.66% ปิดที่ 7,777.57 จุด (+51.23 จุด)
- Dow Jones +0.18% ขึ้นน้อยที่สุด เพราะมีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีต่ำกว่า
แรงขับหลักมาจากหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่เกี่ยวกับการลงทุนด้าน AI โดย Nvidia บวก 2.1% ปิดทำสถิติสูงสุดใหม่ ดันมูลค่าตลาดขึ้นไปใกล้ระดับ 5.76 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ Tesla +2.2% และ Microsoft +1.5%
อีกประเด็นที่ตลาดให้น้ำหนักคือสัญญาณว่าวงจรการลงทุน AI กำลังขยายออกจากกลุ่มผู้ผลิตชิปไปสู่ภาคอุตสาหกรรม หลัง Schneider Electric ประกาศเข้าซื้อ PTC ด้วยมูลค่าราว 22,600 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ราคาหุ้น PTC พุ่งขึ้นกว่า 34% ในวันเดียว
พันธบัตรและค่าเงิน: ยีลด์สูงสุดตั้งแต่ปี 2002
ด้านที่กดดันตลาดคือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ยีลด์อายุ 10 ปีขยับขึ้นประมาณ 4 จุดพื้นฐาน ปิดที่ราว 5.31% ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดตั้งแต่เดือนเมษายน 2002 ส่วนยีลด์อายุ 30 ปีขึ้นไปที่ราว 5.67% ทำจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์เช่นกัน
สิ่งที่น่าสนใจคือยีลด์ขึ้นสวนทางกับความคาดหวังดอกเบี้ย เพราะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกันยายนที่ประกาศออกมาก่อนหน้านี้เพิ่มเพียง 29,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ราว 90,000 ตำแหน่ง อัตราการว่างงานขยับขึ้นเป็น 4.2% และการเติบโตของค่าจ้างชะลอลงเหลือ 3.0% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราที่ช้าที่สุดตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2021
ข้อมูลที่อ่อนลงนี้ทำให้ตลาดลดความคาดหวังว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคม โดยเครื่องมือ FedWatch ของ CME สะท้อนโอกาสที่เฟดจะคงดอกเบี้ยไว้ที่กรอบ 3.75–4.00% สูงกว่า 80% การที่ยีลด์ยังขึ้นต่อแม้ความคาดหวังดอกเบี้ยลดลง ชี้ว่าแรงขับมาจากปัจจัยด้านอุปทานพันธบัตรและความกังวลเรื่องฐานะการคลัง มากกว่าทิศทางนโยบายการเงินระยะสั้น
ฝั่งค่าเงิน ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ขึ้นไปทดสอบระดับสูงสุดของปีบริเวณ 102.50 สาเหตุหลักไม่ได้มาจากฝั่งสหรัฐโดยตรง แต่มาจากการอ่อนค่าของยูโรซึ่งมีน้ำหนักราว 58% ในตะกร้าดัชนี หลังตลาดมองว่าธนาคารกลางยุโรปมีแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายมากกว่าเฟด ประกอบกับความไม่แน่นอนเรื่องงบประมาณฝรั่งเศสที่กดดันพันธบัตรยุโรป
ทองคำและน้ำมัน: สองทิศทางสวนกัน
ทองคำฟื้นขึ้นยืนเหนือระดับ 4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ โดยได้แรงหนุนจากตัวเลขแรงงานที่อ่อนลงซึ่งลดแรงกดดันให้เฟดต้องตึงตัวนโยบายต่อ แต่การขึ้นยังถูกจำกัดด้วยสองปัจจัย คือยีลด์พันธบัตรที่สูงสุดในรอบกว่า 20 ปี ซึ่งเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือทองคำ และดอลลาร์ที่แข็งค่า
น้ำมันปรับลงต่อเนื่อง โดย WTI เคลื่อนไหวบริเวณ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลงราว 0.6% ในวันจันทร์ เหตุผลหลักมาจากฝั่งอุปทานที่คลายตัวสามทาง คือกลุ่ม G7 ตกลงปล่อยน้ำมันดิบและดีเซลจากคลังสำรองฉุกเฉินรวม 100 ล้านบาร์เรล การส่งออกน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางฟื้นกลับมาที่ราว 17.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 98% ของระดับก่อนเกิดความขัดแย้ง และซาอุดีอาระเบียปรับลดราคาขายให้ลูกค้าเอเชีย
น้ำมันที่ถูกลงเป็นปัจจัยที่ช่วยตลาดหุ้นในทางอ้อม เพราะลดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากต้นทุนพลังงาน ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ตลาดหุ้นยังทนแรงกดดันจากยีลด์ได้
คริปโต: ฟื้นตามความคาดหวังดอกเบี้ยที่ผ่อนลง
Bitcoin กลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 86,000 ดอลลาร์ ปรับขึ้นราว 2.1% ส่วน Ethereum เคลื่อนไหวบริเวณ 2,720 ดอลลาร์ บวกราว 1.5% แรงหนุนมาจากเหตุผลเดียวกับทองคำ คือความคาดหวังว่าเฟดจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยในเดือนนี้ ซึ่งช่วยบรรยากาศของสินทรัพย์ความเสี่ยงสูงโดยรวม
สรุปภาพรวม
ภาพของวันจันทร์คือตลาดกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างสองแรงที่สวนทางกัน ด้านหนึ่งคือกำไรบริษัท การใช้จ่ายผู้บริโภค และเงินลงทุนด้าน AI ที่ยังหนุนหุ้นเทคโนโลยี อีกด้านคือต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวที่สูงสุดในรอบกว่า 20 ปี ซึ่งกดดันหุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ยและหุ้นคุณค่าแบบดั้งเดิม จุดที่ตลาดจับตาต่อคือฤดูประกาศผลประกอบการที่กำลังเริ่มต้น และการประชุมเฟดวันที่ 28 ตุลาคม
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน