ตลาดการเงินโลกในวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2026 ปิดในโทน "เสี่ยงเปิดรับ" (risk-on) อีกครั้ง หลังตัวเลขเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิตของสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาด ช่วยลดแรงกดดันที่ตลาดกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจต้องกลับมาขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน
หุ้นสหรัฐทำสถิติใหม่
ดัชนี S&P 500 บวก 0.65% ปิดที่ 7,798.99 จุด เป็นระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเป็นครั้งแรกที่ยืนเหนือ 7,800 จุดระหว่างวัน ด้าน Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 0.81% ปิดที่ราว 26,803 จุด ขณะที่ Dow Jones ขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย 0.13% ปิดที่ราว 53,840 จุด สะท้อนว่าแรงซื้อกระจุกตัวในกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นเติบโตมากกว่าหุ้นกลุ่มดั้งเดิม โดยหุ้นซอฟต์แวร์อย่าง Workday พุ่งแรงราว 18% จากผลประกอบการที่ออกมาดีกว่าคาด
ตัวเลขที่เป็นตัวจุดชนวน
ต้นเหตุของแรงซื้อมาจากรายงาน ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนกรกฎาคม ที่ออกมา "ทรงตัว" ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อน ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ +0.2% ต่อเนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภค (CPI) ก่อนหน้าที่ชะลอลงเป็นเดือนที่สองมาอยู่ที่ 3.4% เมื่อเทียบรายปี
ผลคือความน่าจะเป็นที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม 16 กันยายน ลดลงเหลือราว 34% จากประมาณ 55% เมื่อสัปดาห์ก่อน ตามข้อมูล CME FedWatch
พันธบัตรและค่าเงิน
- บอนด์ยีลด์สหรัฐ 10 ปี ปรับลงกว่า 5 basis points มาที่ 4.641%
- ยีลด์ 2 ปี ซึ่งอ่อนไหวต่อนโยบายดอกเบี้ยมากที่สุด ลดลงกว่า 5 bps มาที่ 4.145%
- ยีลด์ 30 ปี ลดลงกว่า 3 bps มาที่ 5.213%
- ดัชนีดอลลาร์ (DXY) อ่อนค่าเล็กน้อยราว 0.14% มาที่ประมาณ 99.87 แกว่งใกล้แนว 100 จุด โดยแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยยังช่วยพยุงดอลลาร์ไว้ ทำให้การอ่อนค่าจากความคาดหวังดอกเบี้ยถูกหักล้างบางส่วน
ทองคำและน้ำมัน
ทองคำ ยืนเหนือระดับ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เกาะใกล้จุดสูงสุดในรอบราว 10 สัปดาห์ โดยสัญญาส่งมอบเดือนธันวาคมเคลื่อนไหวในกรอบ 4,440–4,470 ดอลลาร์ ปัจจัยหนุนมาจากความคาดหวังว่าเฟดจะไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งเป็นบวกต่อสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทน บวกกับแรงซื้อของธนาคารกลางหลายประเทศและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ในภาพรายเดือน ทองคำปรับขึ้นเกือบ 10%
น้ำมันดิบเบรนท์ เคลื่อนไหวราว 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปรับลงประมาณ 1.3 ดอลลาร์จากวันก่อนหน้า หลังสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซผ่อนคลายลงบางส่วนจากการเจรจาระหว่างอิหร่านและโอมาน ราคาน้ำมันที่ย่อลงเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยลดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อฝั่งต้นทุน
คริปโตยังตามหลัง
สวนทางกับหุ้น Bitcoin เปิดวันที่ราว 63,410 ดอลลาร์ ลดลง 0.2% จากวันก่อน ก่อนขยับขึ้นเล็กน้อยมาที่ประมาณ 63,500 ดอลลาร์ ส่วน Ethereum เปิดที่ราว 1,878 ดอลลาร์ และไต่ขึ้นไปแตะบริเวณ 1,983 ดอลลาร์ ภาพรวมแนวโน้มราคาบิตคอยน์ทั้งรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี ยังอยู่ในแดนลบ สะท้อนว่าเม็ดเงินที่ไหลกลับเข้าสินทรัพย์เสี่ยงรอบนี้ยังกระจุกอยู่ที่ตลาดหุ้นมากกว่าคริปโต โดยดอลลาร์ที่ยืนใกล้ 100 จุดเป็นอีกแรงกดดันหนึ่ง
สรุปภาพรวม
วันเทรดล่าสุดเป็นภาพของตลาดที่ตอบรับ "เงินเฟ้อที่เย็นลง" อย่างชัดเจน — หุ้นขึ้น ยีลด์ลง ทองคำแข็ง ดอลลาร์อ่อนเล็กน้อย ขณะที่น้ำมันย่อตามความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ผ่อนคลาย ส่วนคริปโตยังเป็นกลุ่มที่ฟื้นตัวช้ากว่าเพื่อน ปัจจัยที่ต้องติดตามต่อคือทิศทางนโยบายเฟดในการประชุมเดือนกันยายน และสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังเปลี่ยนแปลงได้ตลอด
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน