ตลาดการเงินโลกในวันพุธที่ 21 ตุลาคม 2026 เป็นวันที่หุ้นสหรัฐฯ กลับมาคึกคักจากความเชื่อมั่นด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ฟื้นตัว หลังผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งออกมาดีกว่าคาด ขณะที่ราคาน้ำมันยังทรงตัวในระดับสูงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ทองคำอ่อนตัวต่อเนื่อง และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ยืนอยู่ในระดับสูงเหนือ 5%
หุ้นสหรัฐฯ: Nasdaq นำตลาด รับแรงหนุนหุ้นชิปและ AI
ดัชนีหลักทั้งสามปิดบวกพร้อมกัน
- Dow Jones ปิดที่ 52,856.09 จุด เพิ่มขึ้น 360.21 จุด (+0.69%)
- S&P 500 ปิดราว 7,720 จุด เพิ่มขึ้น 44.60 จุด (+0.58%)
- Nasdaq Composite ปิดที่ 26,702.86 จุด เพิ่มขึ้น 278.04 จุด (+1.05%)
ทำไมหุ้นขึ้น? ปัจจัยหลักมาจากผลประกอบการที่ดีเกินคาดของ SpaceX ซึ่งรายงานรายได้ไตรมาส 3 ราว 1.46 หมื่นล้านดอลลาร์ เติบโตกว่า 160% เทียบปีก่อน และมีกำไรเป็นครั้งแรกหลังเข้าตลาด หุ้นพุ่งราว 7.8% ขณะที่ Super Micro Computer พุ่งกว่า 9% หลังปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ ข่าวเหล่านี้ช่วยยืนยันว่าความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังแข็งแกร่ง ดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ (SOX) บวกเกือบ 2% และ Nvidia บวกราว 2.5% หลังเปิดตัวดีไซน์ศูนย์ข้อมูลแบบโมดูลาร์ที่ช่วยย่นเวลาติดตั้ง
อย่างไรก็ดี กลุ่มสื่อสารเป็นตัวถ่วง หุ้น AT&T ร่วงราว 6.5% แม้กำไรดีกว่าคาด เพราะนักลงทุนกังวลการแข่งขันจากผู้ให้บริการดาวเทียมที่อาจเข้าสู่ธุรกิจโทรศัพท์ไร้สาย ส่วน Netflix ลดลงราว 5.3% จากคาดการณ์กำไรที่อ่อนกว่าคาดและการถูกปรับลดคำแนะนำ ด้านดัชนีความผันผวน VIX ลดลงมาอยู่ราว 16.8 จุด สะท้อนความกังวลที่ผ่อนคลายลง
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจ ตลาดที่อยู่อาศัยยังอ่อนแอ ยอดขอสินเชื่อบ้านลดลง 5.3% ในสัปดาห์ล่าสุด แม้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้บ้าน 30 ปีจะลดลงเล็กน้อยเป็น 7.41% หลังตลาดปิด Tesla และ Meta ได้รายงานผลประกอบการ ซึ่งเป็นปัจจัยที่นักลงทุนจับตาต่อในวันถัดไป
น้ำมัน: ยืนสูงจากความเสี่ยงตะวันออกกลาง
ราคาน้ำมันดิบ Brent ทรงตัวราว 109-110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน WTI อ่อนลงเล็กน้อยมาอยู่ราว 97-98 ดอลลาร์ ราคายังสูงกว่าปีก่อนมาก เนื่องจากการเจรจาเรื่องช่องแคบฮอร์มุซกับอิหร่านยังติดขัด ประกอบกับรายงานการโจมตีด้วยโดรนต่อแหล่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย และเหตุเรือบรรทุกน้ำมันถูกขัดขวางในภูมิภาค ขณะที่ปัจจัยถ่วงคือข้อมูลสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่ลดลงน้อยกว่าที่ตัวเลขภาคเอกชนระบุ
ทองคำ: อ่อนตัวต่อเนื่องเป็นวันที่ 4
ทองคำ เคลื่อนไหวราว 4,120-4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แตะระดับต่ำสุดในรอบราวหนึ่งสัปดาห์ระหว่างวัน ส่วนเงิน (Silver) ลดลงราว 1% สู่ระดับราว 57 ดอลลาร์ เหตุผลสำคัญคือราคาน้ำมันที่สูงเพิ่มความกังวลเงินเฟ้อ ทำให้ตลาดคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจต้องขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งเป็นผลลบต่อทองคำที่ไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ย โดยตลาดคาดว่า Fed จะคงดอกเบี้ยในการประชุม 27-28 ตุลาคม แต่ให้โอกาสสูงที่จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม
ค่าเงินและพันธบัตร: ยีลด์ยืนเหนือ 5%
บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ทรงตัวราว 5.1% ขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย โดยได้แรงหนุนจากความกังวลเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน แต่ถูกถ่วงบางส่วนจากข้อมูลภาคอสังหาฯ ที่อ่อนแอ ด้านดัชนีดอลลาร์ (DXY) แทบไม่เปลี่ยนแปลงที่ราว 101.7 จุด เนื่องจากนักลงทุนรอดูท่าที Fed ในสัปดาห์หน้า
คริปโต: ฟื้นตัวตามสินทรัพย์เสี่ยง
Bitcoin ปรับขึ้นราว 2% มาเคลื่อนไหวในช่วง 83,000-84,600 ดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum บวกราว 3% สู่ระดับราว 2,460 ดอลลาร์ แรงหนุนมาจากบรรยากาศรับความเสี่ยงที่ดีขึ้นในตลาดหุ้น รวมถึงข่าว BlackRock ยื่นจัดตั้งกองทุน ETF Bitcoin รูปแบบใหม่ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองเหรียญยังต่ำกว่าระดับเมื่อปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ
สรุปภาพรวม
ตลาดวันนี้สะท้อนสองแรงที่ดึงกันอยู่ ด้านหนึ่งคือความเชื่อมั่นใน AI และผลประกอบการบริษัทที่หนุนหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยง อีกด้านคือราคาน้ำมันสูงที่กดดันเงินเฟ้อและทำให้ตลาดกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ย ปัจจัยที่ควรติดตามต่อ ได้แก่ ผลประกอบการบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ สถานการณ์ตะวันออกกลาง และการประชุม Fed ปลายเดือนนี้
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน