ตลาดการเงินวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2026 เคลื่อนไหวตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเดือนกันยายนที่ออกมาอ่อนแอกว่าคาดอย่างชัดเจน ส่งผลให้ความคาดหวังเรื่อง "การขึ้นดอกเบี้ย" ของเฟดในเดือนตุลาคมแทบหายไปจากตลาด และทำให้สินทรัพย์เสี่ยงกลับมาได้แรงหนุน ขณะที่ยีลด์พันธบัตรและราคาน้ำมันปรับตัวลง
ตัวเลขจ้างงานพลิกเกมความคาดหวังดอกเบี้ย
ตัวเลขการจ้างงานเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ราว 84,000–90,000 ตำแหน่งอย่างมาก ส่วนอัตราการว่างงานขยับขึ้นเป็น 4.2% จาก 4.1% นอกจากนี้ตัวเลขย้อนหลังยังถูกปรับลง โดยเดือนสิงหาคมถูกแก้จาก 162,000 เหลือ 133,000 ตำแหน่ง และเดือนกรกฎาคมถูกปรับเป็นติดลบ 10,000 ตำแหน่ง
ภาพนี้สำคัญเพราะช่วงก่อนหน้า ตลาดกังวลเรื่องเงินเฟ้อและเริ่มให้น้ำหนักว่าเฟดอาจต้อง ขึ้น ดอกเบี้ยเพิ่ม ไม่ใช่ลด เมื่อข้อมูลแรงงานออกมาอ่อน โอกาสขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคมจึงร่วงลงเหลือราว 13–18% จากประมาณ 25% ก่อนหน้า และตลาดให้น้ำหนักกว่า 80% ว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยไว้ที่กรอบ 3.75–4.00%
หุ้นสหรัฐปิดบวก นำโดยกลุ่มเทคโนโลยี
- S&P 500 ปิดที่ 7,722.57 จุด เพิ่มขึ้น 0.73%
- Nasdaq Composite ปิดแถว 27,191 จุด เพิ่มขึ้นราว 1.1–1.2% นำตลาด
- Dow Jones ปิดที่ 51,248.50 จุด เพิ่มขึ้น 0.49%
- Russell 2000 หุ้นขนาดเล็ก เพิ่มขึ้น 0.79%
เหตุผลที่กลุ่มเทคโนโลยีวิ่งนำ เป็นเพราะหุ้นเติบโตมีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยสูง เมื่อแรงกดดันเรื่องดอกเบี้ยขาขึ้นคลายลง เงินจึงไหลกลับเข้ากลุ่มนี้ ด้านหุ้นรายตัว Nvidia ทำจุดสูงสุดระหว่างวันใหม่ที่ 237.88 ดอลลาร์ ดันมูลค่าตลาดเหนือ 5.7 ล้านล้านดอลลาร์ จากกระแสการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ส่วน Tesla บวก 4.65% ปิดที่ 370.59 ดอลลาร์ หลังรายงานยอดส่งมอบรถไตรมาส 3 ที่ 486,532 คัน สูงกว่าคาด ขณะที่ฝั่งลบมี Western Digital และ Seagate ที่ร่วงราว 10% และ Nike ปรับลงหลังรายได้ต่ำกว่าคาด
จุดที่น่าสังเกตเชิงโครงสร้างคือ แม้ดัชนีจะเข้าใกล้จุดสูงสุด แต่หุ้นราว 75% ในดัชนียังเทรดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน สะท้อนว่าแรงขึ้นกระจุกตัวอยู่ในหุ้นขนาดใหญ่ไม่กี่ตัว ซึ่งเป็นภาพของ "สภาพตลาดกว้าง" (market breadth) ที่ยังไม่แข็งแรงนัก และตลอดสัปดาห์ S&P 500 ปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลงที่ +0.01%
พันธบัตรและค่าเงิน
ยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีย่อลงราว 7 basis points มาเคลื่อนไหวในโซน 5.1–5.2% หลังก่อนหน้านี้พุ่งขึ้นไปทำระดับสูงสุดในรอบหลายปี เพราะเมื่อโอกาสขึ้นดอกเบี้ยลดลง ความต้องการถือพันธบัตรจึงกลับมา ด้านดัชนีดอลลาร์ (DXY) ที่ทั้งสัปดาห์แข็งค่าขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกันและยืนเหนือระดับ 102 ได้ กลับอ่อนค่าลงในวันศุกร์เทียบสกุลเงินหลัก ตามยีลด์ที่ลดลง
ทองคำ น้ำมัน และคริปโต
ราคาทองคำทรงตัวในแดนบวกราว 0.3% บริเวณ 4,216 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้แรงหนุนจากยีลด์ที่ย่อลงและดอกเบี้ยที่มีโอกาสไม่ขึ้นต่อ แต่ถูกจำกัดด้วยดอลลาร์ที่ยังแข็งในภาพสัปดาห์ ขณะที่น้ำมันเป็นสินทรัพย์ที่ปรับลงแรงที่สุดของวัน โดย WTI ร่วง 3.75% มาที่ 89.39 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ Brent ลดลง 2.34% มาที่ 99.92 ดอลลาร์ สะท้อนความกังวลว่าเศรษฐกิจที่จ้างงานชะลอจะทำให้ความต้องการใช้น้ำมันอ่อนลง
ฝั่งคริปโต Bitcoin ดีดขึ้นราว 3% ไปทดสอบโซนใกล้ 87,000 ดอลลาร์ หลังตัวเลขแรงงานออกมาอ่อน ก่อนจะย่อลงบางส่วนในช่วงท้าย ส่วน Ethereum เคลื่อนไหวแถว 2,750 ดอลลาร์ อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบกับปีก่อน Bitcoin ยังอยู่ต่ำกว่าระดับเดิมราว 28%
สิ่งที่ต้องติดตามต่อ
สัปดาห์ถัดไปตลาดจะให้น้ำหนักกับรายงานการประชุมเฟด (FOMC Minutes) วันที่ 7 ตุลาคม เพื่อหาสัญญาณว่ากรรมการเฟดมองสมดุลระหว่างเงินเฟ้อกับตลาดแรงงานที่เริ่มอ่อนอย่างไร ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางยีลด์ ดอลลาร์ และสินทรัพย์เสี่ยงในระยะถัดไป
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน