ตลาดการเงินสหรัฐปิดวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2026 ด้วยแรงเทขายหนัก หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) เดือนพฤษภาคมออกมาแข็งแกร่งกว่าคาดมาก ทำให้นักลงทุนกลับมากังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจต้องคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น หรือถึงขั้นขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้
ภาพรวมตลาดหุ้นสหรัฐ
- Dow Jones ลดลง 695.15 จุด ปิดที่ 50,866.78 จุด (-1.4%)
- S&P 500 ลดลง 200.57 จุด ปิดที่ 7,383.74 จุด (-2.6%) ถือเป็นการร่วงแรงที่สุดนับตั้งแต่ 10 ตุลาคม
- Nasdaq ดิ่งลง 1,121.53 จุด ปิดที่ 25,709.43 จุด (-4.2%) แย่ที่สุดนับตั้งแต่เมษายน 2025
แรงกดดันหลักมาจากการเทขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีขนาดใหญ่ โดยกลุ่มชิปสูญมูลค่าตลาดรวมกว่า 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ หลัง Broadcom ให้แนวโน้มยอดขายชิป AI ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาด
ทำไมตลาดถึงร่วง
ตัวเลขจ้างงานเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 172,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ราว 85,000-88,000 ตำแหน่งอย่างมาก ส่วนอัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.3% ตัวเลขที่แข็งแกร่งนี้สะท้อนว่าตลาดแรงงานยังร้อนแรง ทำให้ความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยจางลง และนักลงทุนในตลาดพันธบัตรเริ่ม " price in" โอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยภายในสิ้นปี
ค่าเงินและพันธบัตร
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี พุ่งขึ้นกว่า 6 bps แตะ 4.544% สูงสุดนับตั้งแต่ 21 พฤษภาคม
- EUR/USD อ่อนค่าลงสู่ 1.1546 (-0.57%)
- USD/JPY ขยับขึ้นสู่ 160.28 (+0.18%)
- ดัชนีดอลลาร์ (DXY) แข็งค่าขึ้น รับแรงหนุนจากแนวโน้มดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
สินค้าโภคภัณฑ์และคริปโต
- ทองคำ เคลื่อนไหวบริเวณ 5,100 ดอลลาร์ ปรับลงตามดอลลาร์ที่แข็งและผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น
- น้ำมัน (Brent) อยู่ที่ราว 97.44 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลงเล็กน้อย
- Bitcoin ปรับลงสู่ราว 61,900 ดอลลาร์ ลดลงกว่า 1,750 ดอลลาร์จากวันก่อนหน้า ตามภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
โดยรวม วันศุกร์นี้สะท้อนภาพ "ข่าวดีกลายเป็นข่าวร้าย" สำหรับตลาด เมื่อเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งกลับเพิ่มความเสี่ยงด้านดอกเบี้ย กดดันทั้งหุ้น พันธบัตร ทองคำ และคริปโตพร้อมกัน
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน