เว็บเรียนเทรดและวิเคราะห์ตลาดการเงินสำหรับคนไทย — หุ้น ทองคำ คริปโต ดัชนี · คอร์สฟรี บทความ TA/FA เครื่องมือคำนวณเริ่มเรียน
หน้าแรก / เรียนเทรด / มือใหม่เริ่มต้น
มือใหม่เริ่มต้น

ตลาดการเงินและการเทรดคืออะไร?

"การเทรด" (Trading) คือการซื้อขายสินทรัพย์ในตลาดการเงินเพื่อ "ทำกำไรจากส่วนต่างของราคา" พูดง่ายๆ คือซื้อตอนราคาถูก แล้วขายตอนราคาแพงขึ้น ส่วนต่างที่ได้ก็คือกำไร

จริงๆ แล้วหลายคนเคยสัมผัสแนวคิดนี้มาก่อน ลองนึกถึงคนที่ซื้อทองเก็บไว้ตอนราคาถูก แล้วขายออกตอนราคาขึ้น หรือคนที่ซื้อหุ้นบริษัทที่คิดว่าจะเติบโต นั่นแหละคือหลักการเดียวกับการเทรด

ความต่างคือ เทรดเดอร์ตั้งใจ "ทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคา" เป็นหลัก ไม่ได้ซื้อเพื่อถือยาวหรือใช้งานจริงเสมอไป และราคาของสินทรัพย์ทุกชนิดล้วนขึ้น-ลงตลอดเวลา ตามแรงซื้อแรงขายของคนในตลาด

บทเรียนนี้จะพาไปรู้จักภาพรวมว่า ตลาดการเงินมีอะไรให้เทรดบ้าง ราคาขยับเพราะอะไร และเรา "ทำกำไร" จากมันได้อย่างไร เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับบทต่อๆ ไป

ตลาดการเงินมีอะไรให้เทรดบ้าง

สินทรัพย์ที่นิยมเทรด ตลาดการเงินมีหลายประเภท แต่ละแบบมีลักษณะต่างกัน หุ้น (Stocks) เป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของบริษัท ทองคำ & สินค้าโภคภัณฑ์ ทอง น้ำมัน โลหะ สินค้าเกษตร คริปโตเคอร์เรนซี สินทรัพย์ดิจิทัล เช่น Bitcoin ดัชนีหุ้น (Indices) ภาพรวมตลาดหุ้น เช่น S&P 500 ค่าเงิน (Currency) แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ฟิวเจอร์ส (Futures) สัญญาซื้อขายล่วงหน้า หลักการวิเคราะห์ทางเทคนิคและพื้นฐานใช้ได้กับทุกตลาด เรียนรู้ครั้งเดียว นำไปปรับใช้ได้กับสินทรัพย์ที่ตัวเองถนัด

ตลาดการเงินมีสินทรัพย์ให้เลือกเทรดหลายประเภท แต่ละแบบมีลักษณะและปัจจัยขับเคลื่อนต่างกัน ที่นิยมกันมีเช่น หุ้น (เป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของบริษัท), ทองคำและสินค้าโภคภัณฑ์ (ทอง น้ำมัน โลหะ), คริปโตเคอร์เรนซี (สินทรัพย์ดิจิทัล), ดัชนีหุ้น (ภาพรวมตลาด เช่น S&P 500), ค่าเงิน และ ฟิวเจอร์ส

ข่าวดีสำหรับมือใหม่คือ ไม่ว่าจะเทรดสินทรัพย์ไหน "หลักการอ่านกราฟ" และ "การวิเคราะห์" ส่วนใหญ่ใช้ร่วมกันได้ การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical) และการวิเคราะห์พื้นฐาน (Fundamental) ที่เราจะเรียนในคอร์สนี้ จึงนำไปปรับใช้ได้กับตลาดที่คุณถนัด

คำแนะนำคือ เริ่มจากเข้าใจหลักการให้แม่นก่อน แล้วค่อยเลือกตลาดที่เหมาะกับเวลาว่างและสไตล์ของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเทรดทุกตลาดพร้อมกัน

ราคาขึ้น-ลง เกิดจากอะไร

ราคาของสินทรัพย์ทุกชนิดเคลื่อนไหวจากหลักการเดียวกัน คือ แรงซื้อ (Demand) กับแรงขาย (Supply) เมื่อคนอยากซื้อมากกว่าคนอยากขาย ราคาก็ขึ้น เมื่อคนอยากขายมากกว่าคนอยากซื้อ ราคาก็ลง

แล้วอะไรทำให้คนอยากซื้อหรือขาย? ส่วนใหญ่มาจาก 2 ปัจจัยหลัก ที่ตรงกับ 2 แนวทางวิเคราะห์ที่เราจะเรียนกัน:

1. ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental): ข่าวและตัวเลขเศรษฐกิจ เช่น ผลประกอบการบริษัท อัตราดอกเบี้ย เงินเฟ้อ หรือเหตุการณ์สำคัญของโลก สิ่งเหล่านี้เปลี่ยนมุมมองของคนต่อ "มูลค่าที่แท้จริง" ของสินทรัพย์

2. ปัจจัยทางเทคนิค (Technical): พฤติกรรมราคาบนกราฟ เช่น แนวรับ-แนวต้าน เทรนด์ และรูปแบบกราฟ ซึ่งสะท้อนอารมณ์และการตัดสินใจของคนในตลาดออกมาเป็นภาพ

เทรดเดอร์ที่ดีมักใช้ทั้งสองอย่างประกอบกัน — ดูพื้นฐานเพื่อรู้ "ทิศทางใหญ่" และดูเทคนิคเพื่อหา "จังหวะเข้า-ออก" ที่เหมาะสม

ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง

ทำกำไรได้ 2 ทิศทาง ซื้อ (Buy) — เก็งราคาขึ้น ซื้อถูก → ขายแพง → ได้ส่วนต่าง ขาย (Sell) — เก็งราคาลง ขายแพงก่อน → ซื้อคืนถูก → ได้ส่วนต่าง

จุดที่มือใหม่หลายคนยังไม่รู้คือ การเทรดทำกำไรได้ทั้งตอนราคาขึ้นและตอนราคาลง

ราคาขึ้น: ถ้าเราคิดว่าราคาจะสูงขึ้น ก็ "ซื้อ" (เปิดออเดอร์ Buy) ที่ราคาถูก แล้วขายคืนตอนราคาแพงขึ้น ส่วนต่างคือกำไร — เหมือนการซื้อมาขายไปที่ทุกคนคุ้นเคย

ราคาลง: ถ้าเราคิดว่าราคาจะลดลง ก็ "ขาย" (เปิดออเดอร์ Sell) ที่ราคาสูงก่อน แล้วซื้อคืนตอนราคาถูกลง ส่วนต่างก็เป็นกำไรเช่นกัน วิธีนี้เรียกว่าการ "ขายชอร์ต" (Short Selling)

แต่ต้องเข้าใจอีกด้านด้วย — เมื่อทำกำไรได้ทั้งสองทาง ก็แปลว่าขาดทุนได้ทั้งสองทางเช่นกัน ถ้าเราเดาทิศทางผิด ส่วนต่างของราคาจะกลายเป็นการขาดทุนแทน นี่คือเหตุผลที่ "การบริหารความเสี่ยง" สำคัญมาก ซึ่งเราจะเรียนลึกขึ้นในระดับถัดไป

ใครอยู่ในตลาดบ้าง

ตลาดการเงินมีผู้เล่นหลายระดับ ตั้งแต่รายใหญ่ที่สุดไปจนถึงรายย่อย การเข้าใจว่ามีใครอยู่ในตลาดบ้าง ช่วยให้เรามองภาพออกว่าราคาถูกขับเคลื่อนด้วยใคร

รายใหญ่ที่สุดคือ ธนาคารกลางและสถาบันการเงิน เช่น ธนาคารกลางที่กำหนดนโยบายการเงินและอัตราดอกเบี้ย ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ และกองทุนต่างๆ (เฮดจ์ฟันด์ กองทุนรวม) ที่ซื้อขายในปริมาณมหาศาล กลุ่มนี้คือผู้ที่ขับเคลื่อนทิศทางหลักของตลาด

ถัดมาคือ ธุรกิจและบริษัท ที่ซื้อขายสินทรัพย์เพื่อการดำเนินงานจริง เช่น บริษัทนำเข้า-ส่งออกที่ต้องแลกเงิน หรือผู้ผลิตที่ต้องบริหารต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์

ล่างสุดคือ เทรดเดอร์รายย่อย หรือนักเทรดทั่วไปอย่างเรา แม้เงินทุนของแต่ละคนจะน้อยเมื่อเทียบกับรายใหญ่ แต่สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าเราเป็นผู้เล่นรายเล็ก จึงควรเทรดไปตามทิศทางของตลาด ไม่ใช่ฝืนตลาด

สรุปบทเรียน

มาถึงตรงนี้ เราได้เห็นภาพรวมของการเทรดและตลาดการเงินกันแล้ว — ตั้งแต่ความหมายของการเทรด สินทรัพย์ที่เทรดได้ สาเหตุที่ราคาขึ้น-ลง การทำกำไรทั้งสองทิศทาง ไปจนถึงผู้เล่นในตลาด ทั้งหมดนี้คือพื้นฐานที่จะใช้ต่อยอดในบทเรียนถัดๆ ไป

สิ่งที่ต้องจำจากบทนี้

  • การเทรดคือการทำกำไรจากส่วนต่างของราคาในตลาดการเงิน
  • มีสินทรัพย์ให้เทรดหลายแบบ — หุ้น ทองคำ คริปโต ดัชนี ค่าเงิน ฟิวเจอร์ส — แต่หลักการวิเคราะห์ใช้ร่วมกันได้
  • ราคาขึ้น-ลงจากแรงซื้อ-แรงขาย ซึ่งขับเคลื่อนด้วยปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental) และเทคนิค (Technical)
  • ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้น (Buy) และขาลง (Sell) แต่ก็ขาดทุนได้ทั้งสองทางเช่นกัน

คำเตือน: บทเรียนนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การเทรดและการลงทุนในตลาดการเงินมีความเสี่ยงสูงและอาจทำให้สูญเสียเงินทุนได้ ผู้เริ่มต้นควรฝึกกับบัญชีทดลอง (Demo) จนเข้าใจดีก่อนเริ่มใช้เงินจริงเสมอ

← กลับหน้าคอร์ส บทถัดไป →
อ่านต่อ

บทความ TA ที่น่าสนใจ

Bollinger Bands — วัดความผันผวนของราคา อินดิเคเตอร์ทางเทคนิค

Bollinger Bands — วัดความผันผวนของราคา

Bollinger Bands คือแถบ 3 เส้นที่ห่อหุ้มราคา จุดเด่นคือบอก "ความผันผวน" ด้วยตา บทนี้ปูตั้งแต่ส่วนประกอบ การอ่านแถบบีบ-ถ่าง ไปจนถึงวิธีใช้ที่ถูกต้องและกับดักที่ต้องเลี่ยง

ทีมงาน · 21/06/2026
กลยุทธ์เทรดตามเทรนด์ (Trend Following) สำหรับมือใหม่ กลยุทธ์การเทรด

กลยุทธ์เทรดตามเทรนด์ (Trend Following) สำหรับมือใหม่

"The trend is your friend" — เทรดตามเทรนด์เป็นกลยุทธ์ที่เหมาะกับมือใหม่ที่สุด เพราะไม่ต้องเก่งจับจุดกลับตัว บทนี้วาง 3 ขั้นทำตามได้จริง: ระบุเทรนด์ รอจังหวะเข้า ตั้งจุดออก

ทีมงาน · 21/06/2026
กราฟแท่งเทียน vs กราฟแท่ง vs กราฟเส้น — ต่างกันยังไง เลือกแบบไหน พื้นฐานการอ่านกราฟ

กราฟแท่งเทียน vs กราฟแท่ง vs กราฟเส้น — ต่างกันยังไง เลือกแบบไหน

กราฟมีให้เลือก 3 แบบ — เส้น แท่ง แท่งเทียน ใช้ข้อมูลราคาชุดเดียวกันแต่เล่าเรื่องคนละมุม มาดูว่าต่างกันยังไง และมือใหม่ควรเริ่มที่แบบไหน

ทีมงาน · 20/06/2026
เครื่องมือฟรี

EA & Indicator แจกฟรี

Volume Profile — โปรไฟล์ปริมาณรายวันอัตโนมัติ (POC · Value Area)
INDICATOR MT5

Volume Profile — โปรไฟล์ปริมาณรายวันอัตโนมัติ (POC · Value Area)

อินดิเคเตอร์วาดโปรไฟล์ปริมาณการซื้อขายของแต่ละวันให้อัตโนมัติ บอกชัดว่าราคาไหนมีคนเทรดหนาแน่นสุด (POC) และโซนราคาที่ตลาดยอมรับ 70% (Value Area) เปิด/ปิดและเลือกดูย้อนหลังได้หลายวัน ใช้หาแนวรับ-ต้านจากปริมาณจริง

ดูรายละเอียด & ดาวน์โหลด →
SMC Structure — โครงสร้างตลาดอัตโนมัติ BoS / CHoCH
INDICATOR MT5

SMC Structure — โครงสร้างตลาดอัตโนมัติ BoS / CHoCH

อินดิเคเตอร์ลากเส้นโครงสร้างตลาดอัตโนมัติตามแนวคิด Smart Money บอกชัดว่าจุดไหนคือ BoS (ไปต่อ) และจุดไหนคือ CHoCH (สัญญาณกลับเทรนด์) ช่วยให้อ่านทิศทางตลาดได้เร็วโดยไม่ต้องลากเส้นเอง

ดูรายละเอียด & ดาวน์โหลด →
SMC Supply & Demand — โซนอุปสงค์/อุปทานอัตโนมัติ (Swing / Order Block)
INDICATOR MT5

SMC Supply & Demand — โซนอุปสงค์/อุปทานอัตโนมัติ (Swing / Order Block)

อินดิเคเตอร์วาดโซน Supply & Demand อัตโนมัติตามแนวคิด Smart Money เลือกได้ 3 โหมด (Swing / Order Block / Both) โซนที่ราคากลับมาแตะจะจางลง ปิดทะลุแล้วลบทิ้งให้เอง เหลือเฉพาะโซนที่ยังมีผล

ดูรายละเอียด & ดาวน์โหลด →