นอกจากแท่งเทียนและแนวรับ-แนวต้านแล้ว ราคายังมักวาด "รูปทรง" บางอย่างบนกราฟซ้ำๆ กัน เราเรียกสิ่งเหล่านี้ว่า "รูปแบบกราฟ" (Chart Patterns)
รูปแบบกราฟเกิดขึ้นเพราะพฤติกรรมของคนในตลาดมักซ้ำเดิม เมื่อเจอสถานการณ์คล้ายๆ กัน คนก็มักตอบสนองคล้ายๆ กัน ทำให้เกิดรูปทรงที่พอจดจำได้ บทนี้จะแนะนำรูปแบบพื้นฐาน 2 กลุ่ม — "รูปแบบกลับตัว" และ "รูปแบบไปต่อ"
รูปแบบกลับตัว: Double Top และ Double Bottom
"รูปแบบกลับตัว" (Reversal Pattern) คือสัญญาณว่าเทรนด์เดิมอาจกำลังจะจบและพลิกทิศ รูปแบบที่เจอบ่อยและจำง่ายที่สุดคือ Double Top และ Double Bottom
Double Top (จุดยอดคู่) มีรูปร่างเหมือนตัวอักษร "M" — เกิดในตลาดขาขึ้น เมื่อราคาขึ้นไปชนระดับเดิมแล้วลงมา 2 ครั้งโดยไม่สามารถผ่านไปได้ แสดงว่าแรงซื้อเริ่มหมด มักเป็นสัญญาณว่าราคากำลังจะกลับเป็นขาลง
Double Bottom (จุดต่ำคู่) เป็นภาพกลับกัน รูปร่างเหมือนตัว "W" — เกิดในตลาดขาลง เมื่อราคาลงไปทดสอบระดับเดิมแล้วเด้งขึ้น 2 ครั้งโดยไม่หลุดลงไป แสดงว่าแรงขายเริ่มหมด มักเป็นสัญญาณว่าราคากำลังจะกลับเป็นขาขึ้น
รูปแบบกลับตัว: Head & Shoulders
Head & Shoulders (หัวและไหล่) เป็นรูปแบบกลับตัวที่โด่งดังที่สุดรูปแบบหนึ่ง ประกอบด้วยยอด 3 ยอด — ยอดซ้าย (ไหล่ซ้าย) ยอดกลางที่สูงที่สุด (หัว) และยอดขวา (ไหล่ขวา) ที่สูงใกล้เคียงกับไหล่ซ้าย
เส้นที่ลากเชื่อมจุดต่ำระหว่างยอดทั้งสามเรียกว่า "เส้นคอ" (Neckline) — เป็นเส้นที่ต้องจับตา เมื่อราคาทำไหล่ขวาเสร็จแล้วร่วงลงมา "หลุดเส้นคอ" ได้ มักถือเป็นการยืนยันว่าเทรนด์ขาขึ้นจบลงแล้ว และกำลังจะเปลี่ยนเป็นขาลง
รูปแบบนี้ยังมีเวอร์ชันกลับหัว เรียกว่า Inverse Head & Shoulders ซึ่งเป็นสัญญาณกลับตัวจากขาลงเป็นขาขึ้น
รูปแบบไปต่อ: ธง และ สามเหลี่ยม
ตรงข้ามกับรูปแบบกลับตัว "รูปแบบไปต่อ" (Continuation Pattern) คือสัญญาณว่าราคาแค่ "พักเหนื่อย" ชั่วคราว ก่อนจะวิ่งต่อในทิศทางเดิม
ธง (Flag) เกิดหลังจากราคาวิ่งแรงเป็นแนวยาว (เรียกว่า "เสาธง") แล้วพักตัวสั้นๆ เป็นช่องแคบๆ เอียงสวนทิศเล็กน้อย เหมือนผืนธงปลิว เมื่อพักตัวเสร็จ ราคามักวิ่งต่อไปในทิศทางเดิม
สามเหลี่ยม (Triangle) เกิดเมื่อราคาแกว่งตัวในกรอบที่ "บีบแคบลงเรื่อยๆ" จนเส้นกรอบบน-ล่างเข้าใกล้กัน เป็นช่วงที่แรงซื้อกับแรงขายกำลังอั้น เมื่อราคาทะลุกรอบออกไปได้ มักวิ่งต่อแรงในทิศทางนั้น
ใช้รูปแบบกราฟยังไงไม่ให้หลงทาง
รูปแบบกราฟมีประโยชน์ แต่ก็มี "กับดัก" ที่มือใหม่มักติด นี่คือข้อควรระวัง
อย่างแรก — อย่าเพิ่ง "เห็นรูปแบบไปทุกที่" ในช่วงแรกที่เพิ่งเรียนรู้ เรามักจินตนาการเห็นรูปแบบในกราฟที่จริงๆ แล้วไม่ได้เป็นรูปแบบอะไร รูปแบบที่ใช้ได้จริงต้องชัดเจนและสมส่วน ไม่ใช่ฝืนตีความ
อย่างที่สอง — รูปแบบกราฟบอก "ความน่าจะเป็น" ไม่ใช่ความแน่นอน Double Top ไม่ได้แปลว่าราคาจะลงเสมอ บางครั้งราคาก็ทะลุขึ้นไปได้ ดังนั้นควรรอ "การยืนยัน" เช่น รอให้ราคาหลุดเส้นคอหรือทะลุกรอบจริงๆ ก่อน อย่าเพิ่งรีบเข้าออเดอร์ตั้งแต่ยังเห็นรูปแบบไม่ครบ
และที่สำคัญที่สุด — ทุกครั้งที่เทรดตามรูปแบบกราฟ ต้องตั้ง Stop Loss เสมอ เผื่อกรณีที่รูปแบบนั้นไม่เป็นไปตามที่คาด
สรุปบทเรียน
รูปแบบกราฟเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้เราคาดเดาพฤติกรรมราคาได้ดีขึ้น แต่ต้องใช้อย่างมีสติและรอการยืนยันเสมอ บทถัดไปซึ่งเป็นบทสุดท้ายของระดับนี้ เราจะนำทุกอย่างที่เรียนมารวมกันเป็น "กลยุทธ์การเทรด"
สิ่งที่ต้องจำจากบทนี้
- รูปแบบกราฟเกิดจากพฤติกรรมคนในตลาดที่ซ้ำเดิม
- Double Top (M) / Double Bottom (W) — รูปแบบกลับตัว
- Head & Shoulders — 3 ยอด เมื่อหลุดเส้นคอ = ยืนยันการกลับตัว
- ธง / สามเหลี่ยม — รูปแบบไปต่อ ราคาพักก่อนวิ่งต่อทิศเดิม
- รอ "การยืนยัน" เสมอ และตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง
คำเตือน: บทเรียนนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน รูปแบบกราฟเป็นเพียงความน่าจะเป็น ไม่ใช่การการันตีทิศทางราคา การเทรดมีความเสี่ยง ผู้เริ่มต้นควรฝึกกับบัญชีทดลอง (Demo) และตั้งจุดตัดขาดทุนทุกครั้งก่อนใช้เงินจริงเสมอ