⭐ เลือกโบรกเกอร์ยังไงดี? เรารีวิวและให้คะแนนโบรกเด่นไว้ให้แล้วดูรีวิว
หน้าแรก / เรียนเทรด / ต่อยอดฝีมือ
ต่อยอดฝีมือ

แนวรับ-แนวต้าน และการดูเทรนด์

ในบทที่แล้วเราอ่านแท่งเทียนทีละแท่งเป็นแล้ว บทนี้เราจะถอยออกมามองภาพใหญ่ขึ้น — ดูว่าราคาทั้งกราฟกำลังเคลื่อนไหวไปทางไหน และมีจุดสำคัญตรงไหนบ้าง

สิ่งที่มือใหม่หลายคนเข้าใจผิดคือคิดว่าราคา "วิ่งมั่ว" ไปเรื่อย แต่จริงๆ แล้วราคามี "โครงสร้าง" — มันมักหยุดและกลับตัวที่บางระดับซ้ำๆ และมักเคลื่อนไปในทิศทางหลักทิศทางหนึ่ง การมองโครงสร้างนี้ออกคือหัวใจของการวิเคราะห์กราฟ

แนวรับ (Support) คืออะไร

แนวรับ และ แนวต้าน โซนที่ราคามักหยุดและกลับตัว แนวต้าน (Resistance) แรงขายกดราคาลง แนวรับ (Support) แรงซื้อดันราคาขึ้น

แนวรับ คือระดับราคาหรือ "โซน" ที่ราคามักหยุดตกลงและเด้งกลับขึ้นไป เปรียบเหมือน "พื้น" ที่คอยรองรับราคาเอาไว้

ทำไมถึงเกิดแนวรับ? เพราะเมื่อราคาลงมาถึงระดับหนึ่งที่หลายคนมองว่า "ถูก" แรงซื้อก็จะเข้ามามาก จนดันราคากลับขึ้นไป ยิ่งราคาลงมาทดสอบโซนเดิมแล้วเด้งขึ้นหลายครั้ง โซนแนวรับนั้นก็ยิ่งถูกมองว่าน่าเชื่อถือ

แนวต้าน (Resistance) คืออะไร

แนวต้าน คือสิ่งที่ตรงข้ามกับแนวรับ — เป็นระดับราคาหรือโซนที่ราคามักหยุดขึ้นและกลับตัวลงมา เปรียบเหมือน "เพดาน" ที่กั้นไม่ให้ราคาขึ้นต่อ

แนวต้านเกิดจากเหตุผลกลับกันกับแนวรับ — เมื่อราคาขึ้นไปถึงระดับที่หลายคนมองว่า "แพง" แรงขายก็จะเข้ามามาก จนกดราคาให้ลงมา ดูในภาพด้านบนจะเห็นว่าราคามักเด้งไป-มาอยู่ระหว่างแนวรับและแนวต้าน

ข้อสังเกตที่มีประโยชน์: เมื่อราคา "ทะลุ" แนวต้านขึ้นไปได้ แนวต้านเดิมมักกลายเป็นแนวรับใหม่ และในทางกลับกัน เมื่อราคาหลุดแนวรับลงมา แนวรับเดิมก็มักกลายเป็นแนวต้าน

เทรนด์ 3 แบบ

เทรนด์ 3 แบบ ทิศทางหลักของตลาด — ขาขึ้น ขาลง หรือออกข้าง เทรนด์ขาขึ้น ราคายกจุดสูง-ต่ำ สูงขึ้น เทรนด์ขาลง ราคาทำจุดสูง-ต่ำ ต่ำลง ออกข้าง (Sideways) ราคาแกว่งในกรอบ ไม่ไปไหน

"เทรนด์" (Trend) คือทิศทางหลักที่ราคากำลังเคลื่อนไป มีอยู่ 3 แบบ และการรู้ว่าตอนนี้ตลาดอยู่ในเทรนด์แบบไหน ช่วยให้เราเลือกฝั่งเทรดได้ถูก

เทรนด์ขาขึ้น (Uptrend) — ราคาทยอยทำจุดสูงใหม่ที่สูงขึ้น และจุดต่ำใหม่ที่ก็สูงขึ้นด้วย ภาพรวมคือกราฟไต่ขึ้นเป็นขั้นบันได ในเทรนด์แบบนี้การ "ซื้อ" ตามเทรนด์มักได้เปรียบกว่า

เทรนด์ขาลง (Downtrend) — ตรงข้ามกับขาขึ้น ราคาทำจุดสูงและจุดต่ำที่ต่ำลงเรื่อยๆ กราฟไหลลงเป็นขั้นบันได ในเทรนด์แบบนี้ฝั่ง "ขาย" มักได้เปรียบ

ออกข้าง (Sideways) — ราคาแกว่งอยู่ในกรอบแคบๆ ไม่ไปทางไหนชัดเจน วิ่งเด้งระหว่างแนวรับและแนวต้าน ช่วงนี้เป็นช่วงที่เทรดยากสำหรับมือใหม่ เพราะไม่มีทิศทางชัดเจน

คำพูดคลาสสิกของเทรดเดอร์คือ "เทรดตามเทรนด์" (Trade with the trend) — เพราะการเทรดสวนทิศทางหลักของตลาดมักเสี่ยงกว่ามาก

วิธีลากเส้นแนวรับ-แนวต้าน และเส้นเทรนด์

วิธีลากเส้นเทรนด์ เชื่อมจุดกลับตัวของราคา — ยิ่งมีจุดสัมผัสมาก เส้นยิ่งน่าเชื่อถือ 1 2 3 ลากเส้นเชื่อมจุดต่ำที่ยกตัวสูงขึ้น — ต้องมีจุดสัมผัสอย่างน้อย 2-3 จุด

การลากเส้นเหล่านี้ไม่มีสูตรตายตัว แต่มีหลักง่ายๆ ที่ช่วยให้แม่นขึ้น

เส้นแนวรับ-แนวต้าน เป็นเส้นแนวนอน ลากที่ระดับราคาที่ราคาเคยหยุดและกลับตัวมาแล้วหลายครั้ง มองหาโซนที่มีไส้เทียนหรือจุดกลับตัวมากระจุกกัน แล้วลากเส้นผ่านโซนนั้น

เส้นเทรนด์ (Trendline) เป็นเส้นเฉียง — ในเทรนด์ขาขึ้น ลากเส้นเชื่อม "จุดต่ำ" ที่ยกตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเทรนด์ขาลง ลากเส้นเชื่อม "จุดสูง" ที่ต่ำลงเรื่อยๆ

กฎสำคัญ: เส้นที่ดีต้องมี "จุดสัมผัส" อย่างน้อย 2-3 จุด ยิ่งราคาเคยมาแตะเส้นเดิมและเคารพมันหลายครั้ง เส้นนั้นก็ยิ่งน่าเชื่อถือ และอย่าลืมว่าเส้นพวกนี้เป็น "โซน" กว้างๆ ไม่ใช่เส้นเป๊ะๆ ราคาทะลุเลยไปนิดหน่อยถือเป็นเรื่องปกติ

สรุปบทเรียน

แนวรับ แนวต้าน และเทรนด์ คือโครงกระดูกของกราฟ เมื่อมองออก เราจะเริ่มเห็นว่าราคากำลังจะไปทางไหนและน่าจะหยุดตรงไหน บทถัดไปเราจะเสริมด้วย "อินดิเคเตอร์" เป็นตัวช่วยอ่านกราฟอีกชั้นหนึ่ง

สิ่งที่ต้องจำจากบทนี้

  • แนวรับ = "พื้น" ที่ราคามักเด้งขึ้น · แนวต้าน = "เพดาน" ที่ราคามักกลับตัวลง
  • ราคามักเด้งไป-มาระหว่างแนวรับและแนวต้าน · เมื่อทะลุได้มักสลับบทบาทกัน
  • เทรนด์มี 3 แบบ — ขาขึ้น · ขาลง · ออกข้าง · "เทรดตามเทรนด์" ปลอดภัยกว่าเทรดสวน
  • เส้นที่ดีต้องมีจุดสัมผัส 2-3 จุด และมองเป็น "โซน" ไม่ใช่เส้นเป๊ะๆ

คำเตือน: บทเรียนนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน แนวรับ-แนวต้านและเส้นเทรนด์เป็นเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ ไม่ใช่การการันตีทิศทางราคา การเทรดมีความเสี่ยง ผู้เริ่มต้นควรฝึกกับบัญชีทดลอง (Demo) ก่อนใช้เงินจริงเสมอ

← บทก่อนหน้า บทถัดไป →