ในบทที่แล้วเราอ่านแท่งเทียนทีละแท่งเป็นแล้ว บทนี้เราจะถอยออกมามองภาพใหญ่ขึ้น — ดูว่าราคาทั้งกราฟกำลังเคลื่อนไหวไปทางไหน และมีจุดสำคัญตรงไหนบ้าง
สิ่งที่มือใหม่หลายคนเข้าใจผิดคือคิดว่าราคา "วิ่งมั่ว" ไปเรื่อย แต่จริงๆ แล้วราคามี "โครงสร้าง" — มันมักหยุดและกลับตัวที่บางระดับซ้ำๆ และมักเคลื่อนไปในทิศทางหลักทิศทางหนึ่ง การมองโครงสร้างนี้ออกคือหัวใจของการวิเคราะห์กราฟ
แนวรับ (Support) คืออะไร
แนวรับ คือระดับราคาหรือ "โซน" ที่ราคามักหยุดตกลงและเด้งกลับขึ้นไป เปรียบเหมือน "พื้น" ที่คอยรองรับราคาเอาไว้
ทำไมถึงเกิดแนวรับ? เพราะเมื่อราคาลงมาถึงระดับหนึ่งที่หลายคนมองว่า "ถูก" แรงซื้อก็จะเข้ามามาก จนดันราคากลับขึ้นไป ยิ่งราคาลงมาทดสอบโซนเดิมแล้วเด้งขึ้นหลายครั้ง โซนแนวรับนั้นก็ยิ่งถูกมองว่าน่าเชื่อถือ
แนวต้าน (Resistance) คืออะไร
แนวต้าน คือสิ่งที่ตรงข้ามกับแนวรับ — เป็นระดับราคาหรือโซนที่ราคามักหยุดขึ้นและกลับตัวลงมา เปรียบเหมือน "เพดาน" ที่กั้นไม่ให้ราคาขึ้นต่อ
แนวต้านเกิดจากเหตุผลกลับกันกับแนวรับ — เมื่อราคาขึ้นไปถึงระดับที่หลายคนมองว่า "แพง" แรงขายก็จะเข้ามามาก จนกดราคาให้ลงมา ดูในภาพด้านบนจะเห็นว่าราคามักเด้งไป-มาอยู่ระหว่างแนวรับและแนวต้าน
ข้อสังเกตที่มีประโยชน์: เมื่อราคา "ทะลุ" แนวต้านขึ้นไปได้ แนวต้านเดิมมักกลายเป็นแนวรับใหม่ และในทางกลับกัน เมื่อราคาหลุดแนวรับลงมา แนวรับเดิมก็มักกลายเป็นแนวต้าน
เทรนด์ 3 แบบ
"เทรนด์" (Trend) คือทิศทางหลักที่ราคากำลังเคลื่อนไป มีอยู่ 3 แบบ และการรู้ว่าตอนนี้ตลาดอยู่ในเทรนด์แบบไหน ช่วยให้เราเลือกฝั่งเทรดได้ถูก
เทรนด์ขาขึ้น (Uptrend) — ราคาทยอยทำจุดสูงใหม่ที่สูงขึ้น และจุดต่ำใหม่ที่ก็สูงขึ้นด้วย ภาพรวมคือกราฟไต่ขึ้นเป็นขั้นบันได ในเทรนด์แบบนี้การ "ซื้อ" ตามเทรนด์มักได้เปรียบกว่า
เทรนด์ขาลง (Downtrend) — ตรงข้ามกับขาขึ้น ราคาทำจุดสูงและจุดต่ำที่ต่ำลงเรื่อยๆ กราฟไหลลงเป็นขั้นบันได ในเทรนด์แบบนี้ฝั่ง "ขาย" มักได้เปรียบ
ออกข้าง (Sideways) — ราคาแกว่งอยู่ในกรอบแคบๆ ไม่ไปทางไหนชัดเจน วิ่งเด้งระหว่างแนวรับและแนวต้าน ช่วงนี้เป็นช่วงที่เทรดยากสำหรับมือใหม่ เพราะไม่มีทิศทางชัดเจน
คำพูดคลาสสิกของเทรดเดอร์คือ "เทรดตามเทรนด์" (Trade with the trend) — เพราะการเทรดสวนทิศทางหลักของตลาดมักเสี่ยงกว่ามาก
วิธีลากเส้นแนวรับ-แนวต้าน และเส้นเทรนด์
การลากเส้นเหล่านี้ไม่มีสูตรตายตัว แต่มีหลักง่ายๆ ที่ช่วยให้แม่นขึ้น
เส้นแนวรับ-แนวต้าน เป็นเส้นแนวนอน ลากที่ระดับราคาที่ราคาเคยหยุดและกลับตัวมาแล้วหลายครั้ง มองหาโซนที่มีไส้เทียนหรือจุดกลับตัวมากระจุกกัน แล้วลากเส้นผ่านโซนนั้น
เส้นเทรนด์ (Trendline) เป็นเส้นเฉียง — ในเทรนด์ขาขึ้น ลากเส้นเชื่อม "จุดต่ำ" ที่ยกตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเทรนด์ขาลง ลากเส้นเชื่อม "จุดสูง" ที่ต่ำลงเรื่อยๆ
กฎสำคัญ: เส้นที่ดีต้องมี "จุดสัมผัส" อย่างน้อย 2-3 จุด ยิ่งราคาเคยมาแตะเส้นเดิมและเคารพมันหลายครั้ง เส้นนั้นก็ยิ่งน่าเชื่อถือ และอย่าลืมว่าเส้นพวกนี้เป็น "โซน" กว้างๆ ไม่ใช่เส้นเป๊ะๆ ราคาทะลุเลยไปนิดหน่อยถือเป็นเรื่องปกติ
สรุปบทเรียน
แนวรับ แนวต้าน และเทรนด์ คือโครงกระดูกของกราฟ เมื่อมองออก เราจะเริ่มเห็นว่าราคากำลังจะไปทางไหนและน่าจะหยุดตรงไหน บทถัดไปเราจะเสริมด้วย "อินดิเคเตอร์" เป็นตัวช่วยอ่านกราฟอีกชั้นหนึ่ง
สิ่งที่ต้องจำจากบทนี้
- แนวรับ = "พื้น" ที่ราคามักเด้งขึ้น · แนวต้าน = "เพดาน" ที่ราคามักกลับตัวลง
- ราคามักเด้งไป-มาระหว่างแนวรับและแนวต้าน · เมื่อทะลุได้มักสลับบทบาทกัน
- เทรนด์มี 3 แบบ — ขาขึ้น · ขาลง · ออกข้าง · "เทรดตามเทรนด์" ปลอดภัยกว่าเทรดสวน
- เส้นที่ดีต้องมีจุดสัมผัส 2-3 จุด และมองเป็น "โซน" ไม่ใช่เส้นเป๊ะๆ
คำเตือน: บทเรียนนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน แนวรับ-แนวต้านและเส้นเทรนด์เป็นเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ ไม่ใช่การการันตีทิศทางราคา การเทรดมีความเสี่ยง ผู้เริ่มต้นควรฝึกกับบัญชีทดลอง (Demo) ก่อนใช้เงินจริงเสมอ