ประเด็นที่ครองความสนใจของตลาดการเงินโลกในสัปดาห์นี้ไม่ใช่ผลประกอบการบริษัทหรือตัวเลขเศรษฐกิจรายเดือน แต่เป็น ตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หลังยีลด์พันธบัตรอายุ 30 ปีพุ่งขึ้นแตะ 5.327% ระหว่างวันเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 หรือเกือบ 20 ปี ก่อนที่กระทรวงการคลังสหรัฐจะออกมาตรการซื้อคืนพันธบัตรเพื่อบรรเทาแรงกดดันในวันถัดมา
ทำไมยีลด์ระยะยาวถึงพุ่ง
สาเหตุไม่ได้มาจากการที่เฟดขึ้นดอกเบี้ยนโยบายโดยตรง แต่มาจากปัจจัยด้านอุปทานและความเสี่ยงระยะยาวเป็นหลัก
- อุปทานพันธบัตรล้นตลาด รัฐบาลสหรัฐต้องออกพันธบัตรจำนวนมากเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณที่สูงต่อเนื่อง เมื่อของมีมากขึ้น ผู้ขายต้องเสนอผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อดึงดูดผู้ซื้อ ราคาพันธบัตรจึงลดลงและยีลด์ก็สูงขึ้น
- เงินเฟ้อที่ยังไม่ยอมลง อัตราเงินเฟ้อยังยืนเหนือเป้าหมาย 2% ของเฟดต่อเนื่องหลายปี ทั้งจากภาษีนำเข้าสินค้าและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ผู้ถือพันธบัตรระยะยาวจึงเรียกร้องผลตอบแทนชดเชยความเสี่ยงเงินเฟ้อมากขึ้น
- ราคาน้ำมันที่สูง ความตึงเครียดในตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันขึ้น ซึ่งย้อนกลับมาเพิ่มความกังวลเรื่องเงินเฟ้ออีกทอดหนึ่ง
มาตรการซื้อคืนพันธบัตรคืออะไร
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม กระทรวงการคลังสหรัฐประกาศจะเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตร (buyback) อย่างน้อยเป็นเท่าตัว โดยเน้นช่วงอายุ 10 ถึง 30 ปี กลไกคือรัฐเข้าไปซื้อพันธบัตรเก่าคืนจากตลาด ทำให้ปริมาณพันธบัตรที่หมุนเวียนอยู่ลดลง สภาพคล่องในตลาดดีขึ้น และแรงกดดันด้านอุปทานผ่อนคลายลง
ผลลัพธ์เกิดขึ้นทันที ยีลด์ 30 ปีลดลงราว 7.2 basis points มาอยู่ที่ 5.213% ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลง 0.82% มาที่ 98.84 ทองคำวิ่งขึ้นทดสอบโซน 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ Bitcoin ขยับขึ้น และตลาดหุ้นสหรัฐยุติการปรับตัวลง 3 วันติด
ที่น่าสนใจคือ ในวันเดียวกันนั้นรายงานการประชุมเฟดรอบเดือนกรกฎาคมซึ่งมีโทนเข้มงวด โดยกรรมการหลายรายระบุว่าอาจต้องคุมเข้มนโยบายเพิ่มหากเงินเฟ้อไม่ชะลอ กลับแทบไม่ส่งผลต่อตลาด เพราะข่าวการซื้อคืนพันธบัตรออกมาก่อนและมีน้ำหนักมากกว่า
เรื่องนี้สำคัญกับผู้ติดตามตลาดอย่างไร
ยีลด์พันธบัตรระยะยาวเปรียบเสมือน "ราคาต้นทุนของเงิน" ในระบบเศรษฐกิจ การเคลื่อนไหวของมันส่งผลเป็นลูกโซ่ไปยังสินทรัพย์แทบทุกประเภท
- ตลาดหุ้น ยีลด์ที่สูงขึ้นทำให้การประเมินมูลค่าหุ้น โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นเติบโต ถูกกดดัน เพราะกำไรในอนาคตถูกคิดลดด้วยอัตราที่สูงขึ้น
- ค่าเงิน ตามปกติยีลด์สูงมักหนุนค่าเงินดอลลาร์ แต่รอบนี้กลับตรงข้าม เพราะการที่ยีลด์ขึ้นพร้อมกับดอลลาร์อ่อน สะท้อนความกังวลด้านความน่าเชื่อถือทางการคลัง มากกว่าความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ
- ทองคำ ได้ประโยชน์จากทั้งดอลลาร์ที่อ่อนและความกังวลเรื่องวินัยการคลัง จึงถูกใช้เป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยง
- ภาคครัวเรือน ยีลด์ระยะยาวเชื่อมโยงตรงกับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน เมื่อยีลด์ 30 ปีทำจุดสูงสุดในรอบ 19 ปี ต้นทุนกู้ซื้อบ้านก็ปรับขึ้นตาม
สิ่งที่ต้องติดตามต่อ
มาตรการซื้อคืนพันธบัตรเป็นการบรรเทาอาการด้านเทคนิคและสภาพคล่อง แต่ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ ซึ่งคือการขาดดุลงบประมาณและเงินเฟ้อที่ยังยืนสูง ประเด็นที่ควรจับตาต่อจากนี้คือ ขนาดและความถี่ของการซื้อคืนในรอบถัดไป ตัวเลขเงินเฟ้อรอบหน้า ทิศทางราคาน้ำมันจากสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ และท่าทีของเฟดว่าจะยึดโทนเข้มงวดตามรายงานการประชุมหรือไม่
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน