วันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2026 ซึ่งเป็นวันปิดไตรมาสที่ 2 ของปี ตลาดการเงินทั่วโลกเคลื่อนไหวในทิศทางผสมผสาน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นแรง ขณะที่ทองคำและคริปโตเคอร์เรนซียังเผชิญแรงกดดัน สะท้อนบรรยากาศการลงทุนที่เปลี่ยนจาก "หลบความเสี่ยง" มาเป็น "กล้ารับความเสี่ยง" มากขึ้น หลังมีความหวังด้านสันติภาพในตะวันออกกลาง
หุ้นสหรัฐฯ ทำสถิติใหม่
ดัชนีดาวโจนส์ปิดเหนือระดับ 52,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่ 52,319.20 จุด เพิ่มขึ้น 0.26% ส่วนดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,449.36 จุด เพิ่มขึ้น 0.79% และดัชนี Nasdaq ซึ่งเน้นหุ้นเทคโนโลยีปรับขึ้นแรงถึง 1.52% ปิดที่ 26,213.72 จุด นับเป็นการปิดไตรมาสที่ดีที่สุดของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในรอบหลายปี นับตั้งแต่ช่วงหลังการระบาดใหญ่ปี 2020
แรงหนุนหลักมาจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หลังนักลงทุนกลับมาประเมินธีมการลงทุนด้าน AI ใหม่อีกครั้ง รวมถึงความหวังเรื่องสันติภาพในตะวันออกกลาง หลังมีรายงานว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะกลับมาดำเนินต่อ ซึ่งช่วยคลายความกังวลเรื่องราคาพลังงานที่เคยกดดันหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและการเงิน
ทองคำอ่อนตัว น้ำมันย่อตัวจากจุดสูงสุด
ราคาทองคำแตะระดับประมาณ 4,018-4,020 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025 โดยทองคำร่วงลงราว 11% ในเดือนมิถุนายนเพียงเดือนเดียว และลดลงราว 14% ตลอดทั้งไตรมาส ปัจจัยกดดันหลักคือเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น ประกอบกับตลาดเริ่มคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้ แทนที่จะปรับลดตามที่เคยคาดไว้ต้นปี
ด้านราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวอยู่ที่ราว 74 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลงต่อเนื่องจากจุดที่เคยพุ่งขึ้นกว่า 50% ในช่วงที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงที่สุด สาเหตุหลักมาจากความคืบหน้าของการเจรจาสันติภาพและความหวังที่ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานตามปกติ อย่างไรก็ตาม ราคายังคงสูงกว่าระดับก่อนเกิดความขัดแย้งอยู่พอสมควร
คริปโตยังแผ่วต่อเนื่อง
ฝั่งคริปโตเคอร์เรนซียังคงอยู่ในทิศทางขาลงต่อเนื่องตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน โดยบิตคอยน์ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 58,500 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่อีเธอเรียมเคลื่อนไหวอยู่แถว 1,570-1,600 ดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนว่าสินทรัพย์เสี่ยงกลุ่มนี้ยังไม่ได้รับอานิสงส์จากบรรยากาศเสี่ยงที่ดีขึ้นในตลาดหุ้นมากนัก นักลงทุนบางส่วนยังคงระมัดระวังท่ามกลางความไม่แน่นอนของทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ
ดอลลาร์แข็ง บอนด์ยีลด์ยังสูง
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ทดสอบระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี สอดคล้องกับกระแสคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี อยู่ที่ราว 4.38% และพันธบัตรอายุ 2 ปี ขยับขึ้นเหนือ 4.2% สะท้อนว่าตลาดเริ่มเชื่อว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปอีกระยะ เนื่องจากเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core PCE) ยังทรงตัวสูงที่ 3.3% ในเดือนเมษายน และมีแนวโน้มขยับขึ้นต่อ
โดยรวมแล้ว ตลาดวันที่ 30 มิถุนายน สะท้อนภาพความเชื่อมโยงกันของหลายปัจจัย ทั้งสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการเงิน และความเชื่อมั่นด้านเทคโนโลยี ซึ่งส่งผลต่อสินทรัพย์แต่ละประเภทในทิศทางที่แตกต่างกัน
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน