หลายคนรู้จัก Fibonacci Retracement เป็นอย่างดี ใช้หาว่าราคาจะย่อมาถึงไหนก่อนวิ่งต่อ แต่พอเข้าออเดอร์ได้แล้ว คำถามถัดไปคือ "แล้วจะปิดกำไรตรงไหน" ถ้าตอบไม่ได้ ก็มักปิดเร็วเกินไป หรือถือจนกำไรหายหมด
เครื่องมือที่ช่วยตอบคำถามนี้คือ Fibonacci Extension ซึ่งใช้หาเป้าหมายราคาที่อยู่ ไกลเกินจุดสูงหรือจุดต่ำเดิม ออกไป ใช้ได้กับทุกตลาด ทั้งหุ้น ทองคำ คริปโต ดัชนี และค่าเงิน
Retracement กับ Extension ต่างกันยังไง
Retracement วัดว่าราคาย้อนกลับมา ข้างใน ขาวิ่งเดิมกี่เปอร์เซ็นต์ จึงมีค่าระหว่าง 0 ถึง 100% ใช้หาจุดเข้า
Extension วัดว่าราคาอาจวิ่ง ออกไปนอก ขาวิ่งเดิมได้ไกลแค่ไหน จึงมีค่าเกิน 100% หรือวัดต่อออกไปจากจุดใหม่ ใช้หาจุดปิดกำไร
วิธีลาก Fibonacci Extension แบบ 3 จุด
ในโปรแกรมกราฟส่วนใหญ่ เครื่องมือนี้ชื่อ Trend-Based Fib Extension ใช้จุดสามจุด ตัวอย่างในขาขึ้น
- จุด A จุดต่ำที่เริ่มขาวิ่ง
- จุด B จุดสูงของขาวิ่ง
- จุด C จุดต่ำของขาพักที่ตามมา
เครื่องมือจะนำความยาวของขา AB ไปคูณสัดส่วนต่าง ๆ แล้ว วางต่อจากจุด C เช่น ระดับ 100% คือจุดที่ขาวิ่งใหม่ยาวเท่าขาวิ่งแรกพอดี
อีกแบบที่เห็นบ่อยคือการใช้ Retracement ธรรมดาแค่ สองจุด แล้วดูระดับที่เกิน 100% เช่น 127.2% และ 161.8% ซึ่งวัดจากขาเดียวกัน วิธีนี้มักใช้ตอนราคาย้อนกลับไปไกลจนเลยจุดเริ่มต้นของขาที่วัด ทั้งสองแบบตอบโจทย์เดียวกัน คือหาว่าราคาน่าจะไปถึงไหน
ระดับที่นิยมใช้ และความหมาย
ตัวเลขเหล่านี้มาจากอัตราส่วนในลำดับฟีโบนัชชี เช่น 1.618 และ 0.618 ส่วน 127.2% มาจากรากที่สองของ 1.618 ไม่ได้มีพลังลึกลับอะไร เหตุผลที่ระดับเหล่านี้มีผล เป็นเพราะ คนจำนวนมากใช้ระดับเดียวกัน จึงมีคำสั่งปิดกำไรไปกองอยู่ที่นั่น
ตัวอย่างคำนวณ
สมมติหุ้นตัวหนึ่ง ขึ้นจาก 100 บาท (จุด A) ไป 120 บาท (จุด B) แล้วย่อลงมาที่ 110 บาท (จุด C) ขา AB ยาว 20 บาท เป้าหมายจะเป็นดังนี้
สังเกตว่าเป้า 61.8% อยู่ที่ 122.36 บาท ซึ่งเลยจุดสูงเดิมที่ 120 บาทไปนิดเดียว ถ้าซื้อที่ 110 บาทแล้ววางจุดตัดขาดทุนใต้ 100 บาท ความเสี่ยงราว 10 บาท จะเห็นว่าเป้า 100% ให้ผลตอบแทนราว 20 บาท คุ้มความเสี่ยงประมาณ 1 ต่อ 2 แต่เป้า 61.8% ให้แค่ราว 12 บาท ซึ่งอาจไม่คุ้มพอ
ในทางปฏิบัติ โปรแกรมกราฟคำนวณให้อัตโนมัติ แค่คลิกจุด A B C แต่การเข้าใจที่มาของตัวเลข ช่วยให้เราประเมินได้ก่อนเข้าออเดอร์ว่าเทรดนั้นคุ้มหรือไม่
ใช้ให้ได้ผลจริง
- แบ่งปิดกำไรเป็นขั้น เช่น ปิดส่วนหนึ่งที่ 100% แล้วให้ส่วนที่เหลือลุ้นต่อถึง 161.8% พร้อมเลื่อนจุดตัดขาดทุนตาม
- หาจุดที่ซ้อนกัน ถ้าระดับ Extension ตรงกับแนวต้านเดิม เลขกลม หรือจุดสูงรายสัปดาห์ เป้านั้นน่าเชื่อถือขึ้นมาก
- ดูว่าราคาผ่าน 100% ง่ายแค่ไหน ถ้าราคาทะลุ 100% ไปโดยแทบไม่หยุด แปลว่าเทรนด์แรง เป้า 161.8% มีโอกาสมากขึ้น ถ้าราคาไปไม่ถึง 100% แล้วกลับตัว แปลว่าแรงเริ่มหมด
- ใช้มากที่สุดเมื่อไม่มีแนวต้านเดิม เช่น ตอนราคาทำจุดสูงสุดตลอดกาล ไม่มีราคาในอดีตให้อ้างอิง Extension จึงเป็นเครื่องมือไม่กี่ตัวที่ยังใช้ตั้งเป้าได้
ข้อควรระวัง
Extension เป็นแค่ เป้าหมายที่เป็นไปได้ ไม่ใช่สิ่งที่ราคาต้องไปถึง งานวิจัยทางวิชาการยังไม่พบหลักฐานชัดเจนว่าระดับฟีโบนัชชีมีพลังพิเศษกว่าระดับอื่น ผลของมันส่วนใหญ่มาจากการที่คนดูกันมาก นอกจากนี้ การเลือกจุด A B C ต่างกันเล็กน้อยก็ทำให้เป้าเปลี่ยนไปได้ จึงควรใช้ร่วมกับแนวรับแนวต้านและการบริหารความเสี่ยงเสมอ
สิ่งที่ต้องจำ
- Retracement หาจุดเข้า (ในขาเดิม) · Extension หาเป้าทำกำไร (ออกนอกขาเดิม)
- แบบ 3 จุด นำความยาว AB × สัดส่วน ไปวางต่อจากจุด C
- ระดับหลัก 61.8% · 100% · 127.2% · 161.8% · 261.8%
- แบ่งปิดกำไร ที่ 100% และ 161.8% และหาระดับที่ซ้อนกับแนวต้านอื่น
- เป็นเป้าที่เป็นไปได้ ไม่ใช่สิ่งที่ต้องเกิด ใช้คู่กับการบริหารความเสี่ยงเสมอ
คำเตือน: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านการวิเคราะห์ทางเทคนิคเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือการชี้นำให้ซื้อขายสินทรัพย์ใด ตัวเลขในตัวอย่างเป็นการสมมติ ผลในอดีตไม่ได้บ่งชี้ผลในอนาคต การซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงินมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน ผู้อ่านควรประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ