ปกติเราหาแนวต้านจากราคาในอดีต เช่น จุดสูงเดิม หรือกรอบที่ราคาเคยติด แต่ถ้าราคาขึ้นไป สูงกว่าทุกจุดที่เคยมีมา ล่ะ ด้านบนไม่มีราคาในอดีตให้อ้างอิงเลย เทรดเดอร์เรียกสถานการณ์นี้ว่า All-Time High (ATH) หรือช่วงที่ราคา "ค้นหาราคาใหม่"
เรื่องนี้เกิดบ่อยกว่าที่คิด ดัชนีหุ้นใหญ่ ทองคำ และคริปโต ล้วนเคยทำจุดสูงสุดใหม่ซ้ำ ๆ ในรอบขาขึ้น บทความนี้จะพาไปดูว่า ATH มีผลต่อพฤติกรรมคนในตลาดอย่างไร งานวิจัยว่ายังไง และเราจะหาแนวรับแนวต้านได้จากไหนเมื่อไม่มีอดีตให้ดู
ทำไมจุดสูงสุดเดิมถึงทะลุยาก
ก่อนราคาจะทำ ATH ได้ ต้องผ่านจุดสูงสุดเดิมไปก่อน ซึ่งมักเป็นแนวต้านที่แข็งมาก เหตุผลคือมีคนจำนวนหนึ่ง ซื้อไว้ที่จุดสูงเดิมแล้วติดอยู่ พอราคากลับขึ้นมาใกล้ทุน คนกลุ่มนี้มักรีบขายเพื่อให้หลุดจากการติดดอย แรงขายจึงกองอยู่ตรงนั้น
แต่เมื่อราคาทะลุขึ้นไปได้แล้ว ภาพจะกลับด้าน ทุกคนที่ถืออยู่มีกำไรหมด ไม่มีใครต้องรีบขายเพื่อคืนทุน แรงขายจากคนติดดอยหายไป ราคาจึงมักวิ่งได้คล่องกว่าเดิม
งานวิจัยว่ายังไง
มีงานวิชาการที่ศึกษาเรื่องราคาใกล้จุดสูงสุดไว้น่าสนใจสองชิ้น
George และ Hwang (2004) ตีพิมพ์ใน Journal of Finance ศึกษาหุ้นสหรัฐฯ ช่วงปี 1963 ถึง 2001 พบว่า หุ้นที่ราคา ใกล้จุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ มีแนวโน้มให้ผลตอบแทนในอนาคตดีกว่าหุ้นที่อยู่ไกลจากจุดนั้น และผลนี้ ไม่กลับตัวในระยะยาว ผู้วิจัยอธิบายว่า นักลงทุนใช้จุดสูงเดิมเป็นตัวยึด เลยตอบสนองต่อข่าวดีช้าเกินไป ราคาจึงค่อย ๆ ไล่ตามทีหลัง
Li และ Yu (2012) ตีพิมพ์ใน Journal of Financial Economics ดูภาพรวมทั้งตลาดผ่านดัชนีดาวโจนส์ และพบผลที่ต้องระวัง คือ ความใกล้ จุดสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์ ทำนายผลตอบแทนตลาดในทางบวก แต่ความใกล้ จุดสูงสุดตลอดกาล กลับทำนายในทางลบ และผลนี้พบในกลุ่มประเทศ G7 ด้วย
สรุปอย่างระมัดระวังได้ว่า หุ้นรายตัวที่แข็งแรงจนราคาอยู่ใกล้จุดสูง มักไปต่อได้ แต่ไม่ได้แปลว่าการทำ ATH เป็นสัญญาณซื้อที่การันตี โดยเฉพาะเมื่อมองทั้งตลาด งานวิจัยเหล่านี้ศึกษาผลตอบแทนเป็นเดือน ไม่ได้ทดสอบจังหวะเข้าออกรายวัน จึงใช้เป็นภาพใหญ่ ไม่ใช่สูตรเทรด
หาแนวรับแนวต้านเมื่อไม่มีอดีตให้ดู
เมื่อด้านบนว่างเปล่า เราต้องใช้เครื่องมือที่ ไม่ต้องพึ่งราคาในอดีต แทน
ตัวอย่าง Measured Move ถ้าหุ้นแกว่งอยู่ในฐานระหว่าง 80 ถึง 100 บาท ก่อนทะลุจุดสูงสุดเดิมที่ 100 บาท ความกว้างของฐานคือ 20 บาท เป้าคร่าว ๆ ก็คือ 100 + 20 = 120 บาท วิธีนี้เป็นการประมาณ ไม่ใช่ตัวเลขที่ราคาต้องไปถึง
เทรดช่วง ATH ยังไง
จังหวะเข้าที่นิยม คือรอให้ราคาทะลุจุดสูงสุดเดิม แล้ว ย่อกลับมาทดสอบ ระดับนั้น ถ้ายืนได้ แปลว่าแนวต้านเดิมกลายเป็นแนวรับแล้ว จุดตัดขาดทุนวางใต้ระดับนั้นได้ชัดเจน แต่ต้องยอมรับว่าบางครั้งราคาวิ่งไปเลยโดยไม่ย่อกลับมา
ข้อที่ต้องระวังมากที่สุด คือการขายสวนเพียงเพราะราคา "สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา" ในขาขึ้นที่แข็งแรง ราคาทำจุดสูงสุดใหม่ซ้ำได้อีกหลายครั้ง การสวนโดยไม่มีสัญญาณว่าโครงสร้างเสีย เป็นวิธีที่เสียเงินได้ง่าย
อีกเรื่องคือ ทะลุหลอก ราคาอาจแทงขึ้นเหนือจุดสูงสุดเดิมเพียงเล็กน้อย แล้วกลับลงมาใต้ระดับนั้นทันที ถ้าราคาปิดกลับใต้ ATH เดิมได้ชัดเจน ควรถือว่าการทะลุครั้งนั้นล้มเหลว และกลับไปมองระดับนั้นเป็นแนวต้านเหมือนเดิม
สิ่งที่ต้องจำ
- ก่อนทะลุ จุดสูงเดิมเป็นแนวต้านแรง เพราะมีคนติดดอยรอขาย · หลังทะลุ ทุกคนมีกำไร แรงขายลดลง
- ✅ George & Hwang (2004) หุ้นใกล้จุดสูง 52 สัปดาห์ ผลตอบแทนต่อมาดีกว่า · Li & Yu (2012) ภาพรวมตลาดใกล้จุดสูงตลอดกาล ทำนายในทางลบ
- เครื่องมือในโซนราคาใหม่ ATH เดิม · Fib Extension · เลขกลม · Measured Move · เส้นค่าเฉลี่ย
- จังหวะเข้า รอย่อทดสอบ ATH เดิม วาง SL ใต้ระดับนั้น
- อย่าสวนเพราะแพง และระวังทะลุหลอกที่ปิดกลับใต้ ATH เดิม
คำเตือน: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านการวิเคราะห์ทางเทคนิคเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือการชี้นำให้ซื้อขายสินทรัพย์ใด งานวิจัยที่อ้างถึงศึกษาตลาดและช่วงเวลาเฉพาะ ตัวเลขในตัวอย่างเป็นการสมมติ ผลในอดีตไม่ได้บ่งชี้ผลในอนาคต การซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงินมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน ผู้อ่านควรประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ